บอร์ดบาร์ซ่าเหินถกหงส์!!หวังซิวคูตี้89ล้านป.

ฮอลิเดย์ เข้าไม่ได้ บาร์เซโลน่า ยังไม่ยกธงขาวขาวภายในภารกิจกระชาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เสริมแนวรุก ส่งบอร์ดบริหารสโมสรบินตรงสู่แดนผู้ดี ยื่นเม็ดเงินก้อนโตให้ ลิเวอร์พูล พิจารณา คาดหมายกล่อมให้ใจอ่อนยอมปล่อยแข้งชาวแซมบ้า

บอร์ดบริหาร บาร์เซโลน่า ไปทางมาประชาชาติอังกฤษ เพื่อเจรจากับ ลิเวอร์พูล สำหรับการคว้าตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง ไปร่วมทัพ ด้วยค่าตัว 89 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,005 ล้านบาท) จากรายงานของ สปอร์ต สื่อแดนกระทิงดุ เมื่อวันอังคารที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

For more article, please visit บอร์ดบาร์ซ่าเหินถกหงส์!!หวังซิวคูตี้89ล้านป..

8 วิธีทําให้ใบหน้าเนียนใสไร้สิว คอนเฟิร์ม ! เห็นผลดีจริงจนต้องบอกต่อ

วิธีการทําให้หน้าเนียนใสไร้สิว เคล็ดลับโลชั่นบำรุงผิวดีๆ ที่ต้องบอกต่อ งานนี้ใครได้ลองแล้วจะรักเลย คอนเฟิร์ม !

ตอนนี้สาว ๆ หันมาให้ความสนใจและดูแลรักษาตนเองกันมากขึ้น เพราะใคร ๆ ก็อยากจะดูดีดูสวยในสายตาคนอื่น ๆ ทั้งนี้ถ้าอยากจะดูดีแบบไร้ที่ติแล้วละก็ นอกจากเสื้อผ้า ทรงผม รูปร่าง และผิวพรรณที่ต้องให้ความสำคัญแล้ว เรื่องหน้าตาก็ถือเป็นปราการด่านแรกที่จะทำให้คนอื่นหันมาสนใจและประทับใจเราตั้งแต่แรกเห็นได้เช่นกันนะคะสาว ๆ ดังนั้นอย่ารอช้ากันอยู่เลยค่ะ รีบหันมาบำรุงรักษาความสวยด้วยการทำให้หน้าเนียนใสไร้สิวกันเลยดีกว่า ซึ่งเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้หลาย ๆ คนอาจจะยังแก้ไม่ตก เพราะไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนดีเพื่อทำให้หน้าสวยใส ดังนั้นวันนี้เราจึงได้นำ 8 วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิวที่สาว ๆ กำลังตามหามาฝากกันแล้วค่ะ บอกเลยว่าใครได้ลองแล้วจะต้องรัก เพราะเห็นผลดีจริง ๆ เอ้า ! ตามไปดูกันเลย… (แล้วอย่าลืมบอกต่อกันด้วยล่ะ ^^)

1. สวยใสไร้สิวด้วย “น้ำมะนาว”

มะนาว ถือเป็นตัวช่วยที่จะทำให้สาว ๆ มีใบหน้าที่เนียนใสไร้สิวได้อย่างเห็นผลและรวดเร็ว เพราะน้ำมะนาวจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียอันเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว ทำให้ใบหน้าขาวใส โดยวิธีทำก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่บีบน้ำมะนาวสด ๆ ลงในถ้วย จากนั้นใช้สำลีชุบแล้วนำมาทาบริเวณใบหน้า หรือหัวสิว ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วล้างหน้าให้สะอาด ทำแบบนี้บ่อย ๆ จะช่วยให้สิวอักเสบยุบลง ไม่มีสิวใหม่มากวนใจ และยังจะช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนใบหน้าทำให้หน้าขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย

2. สวยใสไร้สิวด้วย “น้ำผึ้ง”

สรรพคุณของน้ำผึ้งนั้นมีประโยชน์มากมาย กับผิวหน้าก็เช่นกัน เพราะน้ำผึ้งจะช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียทำให้ไม่เป็นสิวง่าย อีกทั้งยังทำให้หน้าเนียนนุ่มมากขึ้น เพียงแค่นำน้ำผึ้งมานวดหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ล้างออกให้สะอาด หลังล้างหน้าจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวหน้านุ่มและชุ่มชื้นขึ้น หากยิ่งทำบ่อย ๆ นอกจากหน้าจะเนียนใสแล้วยังจะไม่มีสิวมากวนใจอีกด้วย

3. สวยใสไร้สิวด้วย “แอปเปิล”

แอปเปิล เป็นผลไม้ที่จะช่วยขจัดความหมองคล้ำของใบหน้าให้ขาวกระจ่างใส อีกทั้งยังช่วยลดริ้วรอย และรอยแดงจากสิวให้หายได้เร็วขึ้น โดยให้นำแอปเปิล 1 ลูกไปปั่นให้ละเอียดโดยไม่ต้องปอกเปลือก จากนั้นบีบน้ำมะนาวครึ่งลูกลงไป คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วให้นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า พักทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ค่อยล้างออกให้สะอาด สูตรนี้เดือนหนึ่งสามารถทำได้ประมาณ 2-3 ครั้งค่ะ

4. สวยใสไร้สิวด้วย “ขมิ้น”

ขมิ้น เป็นสมุนไพรที่จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวได้ดีเยี่ยม อีกทั้งยังทำให้สิวอักเสบยุบลงได้ง่าย และช่วยให้รอยสิวเก่าจางลง โดยให้นำผงขมิ้นชันมาผสมกับน้ำผึ้งและนมสด เมื่อคนให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที ล้างออกให้สะอาด ทำบ่อย ๆ ผิวหน้าของคุณจะเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ สิวน้อยลง เพราะขมิ้นจะช่วยยับยั้งการเกิดสิวใหม่ได้เป็นอย่างดี

5. กำจัดสิวเสี้ยนด้วย “ไข่ขาว”

ไข่ขาว ถือเป็นผู้ช่วยชั้นดีในการกำจัดสิวเสี้ยนและสิวหัวดำ อีกทั้งยังจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจด โดยเริ่มจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น จากนั้นนำไข่ขาวมาทาให้ทั่วใบหน้า เสร็จแล้วให้ใช้สำลีแผ่นบาง ๆ แปะทับลงไปให้ทั่ว ทิ้งไว้จนรู้สึกหน้าตึง ๆ และไข่ขาวเริ่มแห้งให้ลอกแผ่นสำลีออกเบา ๆ สิวเสี้ยนจะหลุดออกมา จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน สูตรนี้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หน้าจะใสปิ๊ง ไม่มีสิว อีกทั้งรูขุมขนก็จะเล็กลงอีกด้วย

6. สครับหน้าใสด้วย “โยเกิร์ต”

การสครับผิวหน้าจะช่วยขจัดความหมองคล้ำ และกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้หน้าขาวกระจ่างใสไร้สิว โดยให้นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติครึ่งถ้วย มาผสมกับเกลือป่นอีกครึ่งช้อนโต๊ะ คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาขัดผิวหน้าอย่างเบามือ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกให้สะอาด โดย 1 สัปดาห์ควรสครับผิวหน้าอย่างน้อย 1 ครั้ง

7. ดื่มน้ำมาก ๆ

ถ้าอยากมีผิวหน้าผิวพรรณที่สดใส ร่างกายจำเป็นต้องดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ซึ่งโดยปกติแล้วผู้หญิงควรจะต้องดื่มน้ำอย่างต่ำประมาณวันละ 2 ลิตร (8-9 แก้ว) แต่ถ้าอยากจะมีหน้าใส ไม่เป็นสิวบ่อย ๆ ควรจะดื่มน้ำให้ได้มากกว่าวันละ 2 ลิตรนะคะสาว ๆ

8. ทาครีมบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ AHA และวิตามินซี

การเลือกครีมบำรุงผิวหน้าก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกันนะคะสาว ๆ เพราะผิวหน้าของเราต้องการการบำรุง ซึ่งครีมที่เหมาะสมควรจะมีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว, มีส่วนผสมของ AHA จากธรรมชาติที่จะช่วยให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส รวมถึงวิตามินซีที่จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว และเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสและไม่มีริ้วรอยก่อนวัย

วิธีการทําให้หน้าเนียนใสไร้สิวเหล่านี้ต้องบอกเลยว่าง่ายมาก ๆ แถมยังเห็นผลดีจริง ไม่เชื่อสาว ๆ ก็ลองไปพิสูจน์กันดูได้เลย ^^ ทั้งนี้ได้ผลแล้วก็แล้วอย่าลืมบอกต่อความสวยให้กับเพื่อน ๆ กันด้วยนะคะ

#คอลลาเจน #ผิวขาว #ผิวเนียน นุ่ม ใส #D&C diamond & Collagen #ดี แอนด์ ซี ไดมอนด์ แอนด์ คอลลาเจน #www.dandccenter.com

For related article, please visit 8 วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิว คอนเฟิร์ม ! เห็นผลดีจริงจนต้องบอกต่อ.

15 วิธีการประหยัดแบตเตอร์รี่ iPhone ไม่ยาก หลังอัพเดท iOS 10

แนะนำBvcall pantipแนวทางประหยัดแบตเตอรี่ iPhone 5, 5s, 5c, 6, 6 Plus, 6s, 6s Plus และ SE หลังอัพเดท iOS 10 แล้วแบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ หยุดปัญหาแบตเตอรี่หมดไวใน iOS 10 ทำได้อย่างไร มาดูกัน

สำหรับเพื่อนๆ คนใดที่ใช้ iPhone และอัพเดทเป็น iOS 10 แล้วกำลังประสบปัญหาแบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติหรือใช้งานได้ไม่ถึงวันก็หมดเสียแล้ว วันนี้เรามีแนวทางที่จะช่วยให้แบตเตอรี่ iPhone กลับมาใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีกครั้งด้วย 15 ขั้นตอนที่จะช่วยหยุดปัญหาแบตเตอรี่หมดไวใน iOS 10 ได้อย่างง่ายดาย

สำหรับตัวการหลักที่ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็วกว่าปกติหลังอัพเดท iOS 10 นั้นเป็นเพราะซอฟต์แวร์ดังกล่าวใช้งานทรัพยากรภายในเครื่องมากกว่าเวอร์ชั่นก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามา รวมทั้งรูปแบบดีไซน์การใช้งานต่างๆ ที่ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ใช้มากยิ่งขึ้น

แนวทางประหยัดแบตฯ iPhone บน iOS 10

1 ปิดฟีเจอร์ Raise to Wake

ฟีเจอร์ใหม่ที่มาพร้อม iOS 10 ที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้ใช้ให้เปิดหน้าจอได้ง่ายขึ้น เพียงแค่ยก iPhone ขึ้นมาดูหน้าจอก็จะเปิดทันที โดยไม่ต้องกดปุ่มโฮมหรือปุ่ม Power แต่การทำงานของฟีเจอร์ Raise to Wake นั้นใช้พลังงานแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก เนื่องจากอาศัยการทำงานร่วมระหว่าง Motion Coprocessors ซึ่งส่งผลให้เครื่องมีการทำงานมากกว่าเดิมนั่นเอง โดยสามารถปิดการใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวได้ที่ Settings > Display & Brightness และปรับ Raise to Wake เป็น Off

2. เปิดฟีเจอร์ Reduce Motion

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ iPhone ได้มากขึ้น เนื่องจากการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Reduce Motion จะช่วยลดการแสดงผลกราฟิกหน้าจอขณะใช้งาน หรือลดการใช้งานแอนิเมชั่นเคลื่อนไหวต่าง ๆ เช่น เวลาที่เรากดปุ่มโฮม หรือเปิด-ปิดแอพฯ ต่าง ๆ เป็นต้น โดยสามารถเข้าไปเปิดฟีเจอร์นี้ได้ที่ Settings > General > Accessibility และเลือกเปิด Reduce Motion

3. เปิดโหมด Low Power Mode

โหมดประหยัดพลังงานที่ผู้พัฒนาเคลมว่าจะช่วยยืดแบตเตอรี่ iPhone ขึ้นอีก 1 ชั่วโมง โดยสามารถเข้าไปเปิดโหมด Low Power Mode ได้ที่ Settings > General > Battery แล้วเลือกเปิด Low Power Mode เพียงเท่านี้โหมดประหยัดแบตเตอรี่ก็จะปรับแต่งการใช้งานที่ไม่จำเป็นในส่วนต่าง ๆ ให้น้อยลงทันที

4. ปิดฟีเจอร์ Background App Refresh

ปิดฟีเจอร์ Background App Refresh เนื่องจากฟีเจอร์ดังกล่าวจะทำงานตลอดเวลาขณะที่ iPhone มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ แม้จะไม่ได้ใช้งานอยู่ก็ตาม ส่งผลให้แบตเตอรี่หมดไวขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถเข้าไปปิดฟีเจอร์ดังกล่าวได้ที่ Settings > General และเลือกปิด Background App Refresh

5. ปิดโหมด Auto-Brightness

ผู้ใช้ควรเลือกปรับระดับความสว่างของจอ iPhone ให้พอเหมาะกับการใช้งาน หรือปิดโหมด Auto-Brightness เพื่อลดการใช้พลังงานภายในเครื่อง อันเป็นเหตุทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Display & Brightness แล้วปรับความสว่างจอให้น้อยลงที่ Brightness หรือเลือกปิด Auto-Brightness เพื่อปิดการใช้งานปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ

6. ลบแอพฯ ที่กินแบตฯ เยอะออกหากไม่ใช้งาน

สามารถเข้าไปเช็กแอพฯ ที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่เยอะได้ที่ Settings > General > Battery จากนั้นจะพบข้อมูลการใช้งานแอพฯ ต่าง ๆ ขึ้นมาให้เห็น เช่น แอพฯ ใดถูกเปิดใช้งานไปแล้วกี่นาที หรือแอพฯ ใดถูกเปิดค้างไว้แต่ไม่ได้ใช้งานไปแล้วกี่นาที โดยจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากพบว่าแอพฯ ใดที่อยู่ในข่ายสูบแบตเตอรี่เยอะและไม่ค่อยใช้งานให้ลบออกทันที ซึ่งถือเป็นวิธีประหยัดแบตเตอรี่ที่ได้รับความนิยมไม่น้อย

7. ปิด Wi-Fi Assist

เป็นฟีเจอร์ที่จะช่วยสลับไปมาระหว่างการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Wi-Fi และ Cellular (3G/4G) เช่น หากสัญญาณ Wi-Fi ที่จับอยู่อ่อนลง หรือไม่มีสัญญาณระบบก็จะเปลี่ยนไปใช้ Cellular แทนทันที ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็ว โดยสามารถเข้าไปปิดการใช้งานได้ที่ Settings > Cellular แล้วเลือกปิด Wi-Fi Assist

8. ปิด Bluetooth

น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้แบตเตอรี่ iPhone ใช้งานได้ยาวนานขึ้น ก็คือการปิดสัญญาณ Bluetooth เมื่อไม่ใช้งาน เนื่องจากฟีเจอร์ดังกล่าวยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลาแม้จะไม่ได้ใช้งานอยู่ก็ตาม ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็วกว่าปกติ โดยผู้ใช้สามารถเข้าไปปิดการใช้งานได้ที่ Settings แล้วเลือกปิด Bluetooth

9. ปิด Location Services

การเปิดใช้งาน Location Services เพื่อค้นหาสถานที่หรือพิกัดต่าง ๆ ที่คุณอยู่ปัจจุบัน ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็วเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งหากผู้ใช้ไม่จำเป็นจะต้องใช้งานตลอดเวลาให้ปิดการใช้งานจะดีกว่า ด้วยการเข้าไปที่ Settings > Privacy > Location Services จากนั้นให้เลือกเป็น While Using สำหรับแอพฯ ที่ต้องใช้งานบ่อย ๆ และ Never สำหรับแอพฯ ที่ไม่ใช้งาน

10. ปิดการดึงข้อมูลแอพฯ อีเมลอัตโนมัติ

เนื่องจากแอพฯ อีเมลจะต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการดึงจดหมายใหม่เข้ามา ซึ่งหากผู้ใช้ไม่จำเป็นจะต้องเช็กอีเมลบ่อย ๆ ให้ปิดการใช้งานได้ที่ Settings > Mail, Contacts, Calendars > Fetch New Data แล้วเลือกปิด Push และเลือก Manually

11. เปิดฟีเจอร์ Facedown Detection

ฟีเจอร์ที่จะช่วยลดพลังงานการใช้หน้าจอลงอันเป็นสาเหตุของการสูบแบตเตอรี่ เพียงคว่ำเครื่องลงเวลาที่มีการแจ้งเตือนต่าง ๆ เข้ามา เช่น มีสายเรียกเข้า หรือแอพฯ ต่าง ๆ เด้งเตือน เป็นต้น จอก็จะดับลงทันที เหมาะสำหรับเวลาไม่สะดวกรับสาย หรือติดงานอยู่ และหน้าจอจะสว่างขึ้นต่อเมื่อผู้ใช้งานหยิบเครื่องขึ้นมาดู โดยเข้าไปเปิดใช้งานได้ที่ Settings > Privacy > Motion & Fitness แล้วเลือกเปิด Fitness Tracking ทั้งนี้ฟีเจอร์ Facedown Detection สามารถใช้งานได้กับ iPhone 5s ขึ้นไปเท่านั้น

12. ปิดอัพเดทแอพฯ อัตโนมัติ

ปิดการอัพเดทแอพฯ อัตโนมัติ เพื่อป้องกันอินเทอร์เน็ต 3G/4G รั่วไหลโดยไม่รู้ตัว และเพื่อช่วยลดพลังงานแบตเตอรี่เกินจำเป็นลง เนื่องจากการอัพเดทแอพฯ แต่ละครั้งค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร ยิ่งมีแอพฯ ออกมาให้อัพเดทพร้อม ๆ กันหลายแอพฯ ยิ่งต้องใช้พลังงานมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าปิดการอัพเดทอัตโนมัติได้ที่ Settings > iTunes & App Store แล้วเลือกปิดที่หัวข้อ Apps

13. เลือกแจ้งเตือนเฉพาะแอพฯ

การตั้งค่าแจ้งเตือนเฉพาะแอพฯ บน iPhone น่าจะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ iPhone ได้ระดับหนึ่ง ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนเฉพาะแอพฯ ได้ง่าย ๆ โดยเข้าไปที่ Settings > Notifications แล้วเลือกแอพฯ ที่ไม่ต้องการให้แจ้งเตือนด้วยการปิด Allow Notifications ของแอพฯ นั้น ๆ ส่วนแอพฯ ที่ต้องการให้แจ้งเตือนก็ให้เลือกเปิดเอาไว้

14. ปิด Personal Hotspot เมื่อไม่ใช้งาน

การแชร์อินเทอร์เน็ตผ่านสัญญาณ Wi-Fi ให้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็ว ฉะนั้นผู้ใช้ควรปิด Personal Hotspot ทุกครั้งเมื่อใช้งานเสร็จแล้ว และเพื่อป้องกันการรั่วไหลของอินเทอร์เน็ต 3G/4G ผ่านช่องทางดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว โดยให้เข้าไปที่ Settings > Cellular แล้วเลือกปิดที่ Personal Hotspot

15. เปิดโหมด Airplane Mode

วิธีประหยัดแบตเตอรี่ iPhone บน iOS 10 สุดท้ายที่แนะนำก็คือการเปิดโหมด Airplane Mode หรือโหมดเครื่องบิน ซึ่งโหมดดังกล่าวจะส่งผลให้ระบบเครือข่ายมือถือต่าง ๆ ไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว เช่น 3G/4G, Wi-Fi และ Bluetooth เป็นต้น ซึ่งถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว และที่สำคัญโหมดดังกล่าวยังช่วยทำให้ iPhone ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้นอีกด้วย โดยสามารถเข้าไปเปิดใช้งานได้ที่ Settings แล้วเลือกเปิด Airplane Mode

#bvcall #โทรกลับไทยราคาถูก #โทรต่างประเทศ #บริการโทรข้ามประเทศ #บริการโทรต่างประเทศ #bvcall pantip

Read more post at 15 วิธีประหยัดแบตเตอร์รี่ iPhone ง่ายๆ หลังอัพเดท iOS 10.

การบริหารรับมือที่จอดรถในอาคารชุด

การบริหารจัดการที่จอดรถในอาคารชุด เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ผู้บริหารอาคารชุดจำต้องคำนึงถึง ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักจะเป็นการร้องเรียนว่ามีไม่เพียงพอ สิทธิในการจอดรถไม่เป็นไปตามที่ได้รับข้อมูลจากเจ้าของโครงการขณะตกลงซื้อ หรือบางรายจอดรถทับสิทธิคนอื่น บางรายนำรถของตัวเองที่มีหลายคันมาจอดภายในอาคารชุด ทำให้ที่จอดรถลดน้อยลง ปัญหาที่พักคลอง6เหล่านี้สร้างความกดดันให้กับทั้งกรรมการและฝ่ายบริหารอาคารชุด ซึ่งอาจนำไปสู่การร้องเรียน ประท้วงให้เปลี่ยนบริษัทบริหารจัดการ หรือคณะกรรมการอาคารชุดได้

โดยปกติในเบื้องต้น เจ้าของโครงการจะจัดให้มีจำนวนที่จอดรถให้ตรงตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ เพื่อให้สามารถดำเนินการก่อสร้าง และในที่สุดได้รับใบอนุญาตเปิดใช้อาคาร (อ.6) ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ประกอบการจดทะเบียนอาคารชุด ซึ่งการแบ่งสันปันส่วนที่จอดรถให้กับเจ้าของร่วม โดยทั่วไปมักจัดสรรให้ตามแบบและขนาดของห้องชุด เช่น ห้องสตูดิโอ จัดให้มีที่จอดรถได้หนึ่งคัน ห้องขนาดหนึ่งและสองห้องนอนมีที่จอดรถได้สองคัน ห้องขนาดสามห้องนอนหรือเพนท์เฮาส์มีที่จอดรถได้สามคัน เป็นต้น แต่ในทางปฏิบัติ การใช้ชีวิตจริงอาจไม่สามารถทำได้ตามนั้น

เช่นห้องขนาดสตูดิโอ ระบุให้มีที่จอดรถหนึ่งคัน แต่ในความเป็นจริงอาจอยู่ด้วยกันสองคน สามีภรรยามีรถสองคัน หมายความว่าจะมีรถหนึ่งคันสามารถเข้ามาจอดในอาคารชุดได้ แต่อีกคันหนึ่งจะต้องแลกบัตรในฐานะผู้มาเยี่ยมทุกวัน ซึ่งสร้างความหงุดหงิดไม่น้อย ทางแก้ไขที่ทำได้คือ ทำสติกเกอร์ หรือบัตรผ่านเข้า-ออกพิเศษให้รถคันที่สองนี้ให้เข้ามาในโครงการโดยไม่ต้องแลกบัตร แต่อนุญาตให้จอดในที่จอดของผู้มาเยี่ยม ซึ่งที่จอดรถของผู้มาเยี่ยมนี้มักจัดไว้นอกอาคารบริเวณโดยรอบ หรืออาจกั้นไว้ในอาคารจอดรถแยกให้เป็นสัดส่วน ก็จะแก้ปัญหาข้างต้นได้ แต่แน่นอนว่าจะทำให้ที่จอดรถที่เตรียมไว้ลดลง แต่ก็ยังดีกว่าที่จะปล่อยให้เจ้าของร่วมไม่มีที่จอดรถ

อีกปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เจ้าของร่วมบางรายมีรถหลายคัน จึงนำรถมาจอดในที่จอดรถของอาคารชุด บางรายมีมารยาทก็ไปจอดในที่จอดรถผู้มาเยี่ยม แต่หลายคนก็ไม่สนใจ เลือกจอดตามใจ บางรายจอดทิ้งไว้เป็นเดือน ซึ่งถ้าเป็นที่จอดรถประเภทที่ไม่ได้มีการกำหนดเลขที่บ้านผู้เป็นเจ้าของไว้ ก็อาจไม่มีปัญหา ตราบเท่าที่ยังมีที่จอดรถอย่างพอเพียง แต่ถ้าเป็นที่จอดรถประเภทที่กำหนดเลขที่บ้านไว้ก็มักทำให้มีเรื่องทะเลาะกันได้ ซึ่งปัญหาก็มักไปลงเอยที่นิติบุคคลที่จะต้องหามาตรการในการแก้ไข เช่น ต้องมีการล็อกล้อ เสียค่าปรับหรือใช้วิธีเตรียมแม่แรงไว้เพื่อเคลื่อนย้ายรถที่จอดขวางหรือจอดทับสิทธิ ซึ่งก็จะเป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างเจ้าของรถที่ถูกเคลื่อนย้ายกับนิติบุคคลต่อไป

จะเห็นได้ว่าการบริหารที่จอดรถให้มีประสิทธิภาพต้องมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น การออกแบบและจัดที่จอดรถให้เหมาะสมและพอเพียงโดยเจ้าของโครงการตั้งแต่ต้น โดยคำนึงถึงความเป็นจริง การชี้แจงของนิติบุคคลให้เจ้าของร่วมทราบถึงสิทธิในการจอดรถ รวมทั้งการบังคับใช้กฎข้อบังคับในส่วนที่เกี่ยวกับการจอดรถอย่างเข้มงวดโดยไม่เลือกปฏิบัติ และประการสำคัญที่สุดคือการที่เจ้าของร่วมในอาคารชุดนั้น ๆ ต้องมีจิตสำนึกในการรู้จักสิทธิและหน้าที่โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นนะครับ.

ดินสอพอง
http://www.dailynews.co.th/article/950/216944

#ที่พักคลอง 6 #อพาร์ทเม้นคลอง6 #คลอง6 #ที่พัก #อาพาร์ทเม้น

Please visit การบริหารจัดการที่จอดรถในอาคารชุด for more article.

iPhone 7/iPhone 7 Plus จอเหลือง ทำไงดี มาดูวิธีการซ่อมง่ายๆ

แนวทางบริการโทรต่างประเทศ ราคาถูกซ่อมอาการหน้าจอเหลืองบน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ไม่ยุ่งยาก ด้วยตัวเอง iPhone ใครจอเหลือง มาดูแนวทางแก้ไขไม่ยุ่งยาก ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้

หลังจาก Apple เปิดขาย iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ให้กับกลุ่มประเทศแรกไปแล้ว พบว่ามีบางเครื่องประสบปัญหาหน้าจอเหลืองตั้งแต่ซื้อเครื่องมาใหม่ ๆ วันนี้เรามีแนวทางซ่อมอาการหน้าจอเหลืองบน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ให้กลับมาใช้งานได้ปกติอีกครั้ง

แนวทางซ่อม iPhone 7 และ iPhone 7 Plus หน้าจอเหลือง สามารถใช้งานได้กับ iPhone และ iPad รุ่นอื่น ๆ ที่รองรับ iOS 10 และเจอกับปัญหาหน้าจอเหลืองได้อีกด้วย เนื่องจากใช้ฟีเจอร์ Color Filters (ฟิลเตอร์สี) ในการปรับแต่งสีของจอ iPhone เหมือนกัน

แนวทางซ่อมอาการหน้าจอเหลือง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

1. ไปที่แอพฯ Settings (ตั้งค่า) เลือก General (ทั่วไป) และ Accessibility (การช่วยการเข้าถึง)

2. เลือก Display Accommodations (การช่วยเหลือจอแสดงผล) ให้เป็น On (เปิด) และ Color Filters (ฟิลเตอร์สี) ให้เป็น On (เปิด)

3. เลือก Color Tint (สีย้อม) ตามภาพประกอบ

4. จากนั้นทำการปรับค่า HUE (สีสัน) ด้วยการเลื่อนไปเรื่อย ๆ จนกว่าหน้าจอบน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะแสดงสีถูกต้อง

5. เมื่อได้สีหน้าจอ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ที่ถูกต้องแล้ว ให้เลือกปรับความเข้มของสีหน้าจอไปเรื่อย ๆ อีกครั้งที่ INTENSITY (ความเข้ม) จนกว่าจะพอใจ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถแก้อาการ iPhone จอเหลืองเบื้องต้นได้แล้ว

ทั้งนี้หากผู้ใช้งาน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ยังพบว่า iPhone ของคุณยังมีอาการหน้าจอเหลืองอยู่หลังจากปรับแต่งตามขั้นตอนดังกล่าวแล้ว ให้รีบนำเครื่องส่งเคลมที่ศูนย์บริการ Apple ทันที แต่ iPhone ของคุณจะต้องอยู่ในระยะประกัน 1 ปี ยกเว้นกรณีที่ผู้ใช้งานซื้อประกัน Apple Care เพิ่ม

#bvcall #โทรกลับไทยราคาถูก #โทรต่างประเทศ #บริการโทรข้ามประเทศ #บริการโทรต่างประเทศ #bvcall pantip

Read more post at iPhone 7/iPhone 7 Plus จอเหลือง ทำไงดี มาดูวิธีการแก้ไขไม่ยุ่งยาก.

15 แนวทางตรวจสอบ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ก่อนนำเครื่องออกจากร้าน

ชี้ทาง 15 แนวทางบริการโทรข้ามประเทศพิจารณา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ก่อนซื้อหรือนำเครื่องออกจากร้าน ขั้นตอนการเช็ก iPhone 7 ต้องดูอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง มาดูกัน

สำหรับผู้ที่ได้ลงทะเบียนจอง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus (อ่านข่าวค่ายมือถือไทยเตรียมเปิดจอง iPhone 7/7 Plus) กับ 3 ค่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยและกำลังมีคิวรับเครื่องในวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2559

วันนี้เรามีแนวทางพิจารณา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple มาแนะนำด้วย 15 ขั้นตอนง่ายๆ ก่อนนำเครื่องออกจากร้าน ส่วนวิธีเช็ก iPhone เครื่องใหม่แกะกล่อง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดหลังการซื้อ ต้องดูอะไรบ้าง ถ้าอยากรู้แล้ว มาติดตามกันเลย

1. ซีลพลาสติกต้องหุ้มกล่อง iPhone 7/7 Plus อย่างดี ไม่มีรอยแกะ กล่องไม่บุบ ไม่ยุบ กล่องต้องอยู่ในสภาพดี

2. ทำการตรวจสอบเครื่องว่ามีรอยขีดข่วน รอยบุบหรือไม่ รวมถึงอุปกรณ์ภายในกล่องว่าครบและอยู่ในสภาพใหม่ ไม่มีรอยฉีกขาด หากพบปัญหาให้รีบแจ้งพนักงานขายทันที

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่อง iPhone 7/7 Plus มีดังนี้

– iPhone พร้อม iOS 10
– EarPods พร้อมหัวต่อ Lightning
– สาย Lightning to 3.5 mm Headphone Jack Adapter (สำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.)
– สายชาร์จ Lightning
– USB Power Adapter
– เอกสารคู่มือ

3. ตรวจสอบ IMEI หรือ Serial Number ตัวเครื่องว่าตรงกับกล่องหรือไม่ (ดูวิธีเช็กหมายเลข IMEI สำหรับ iPhone)

4. เปิดเครื่องตรวจสอบว่า iPhone 7/7 Plus ถูกเปิดใช้งานครั้งแรกหรือไม่ โดยตัวเครื่องจะต้องไม่ถูกเปิดใช้งานมาแล้วหรือเข้าสู่หน้าจอพร้อมใช้งาน

5. ทดสอบกดปุ่มต่าง ๆ บนตัวเครื่อง เช่น ปุ่มเปิด-ปิด, ปุ่มโฮม (Touch ID), ปุ่มคำสั่งเสียง และปุ่มเปิดระบบสั่นด้านข้างตัวเครื่อง ซึ่งทุกปุ่มจะต้องทำงานปกติ ตอบสนองรวดเร็วและใช้งานได้ดี

6. ตรวจสอบถาดใส่ซิมต้องอยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีคราบความชื้นใด ๆ

7. ใส่ซิมการ์ดทดสอบโทร. เข้า-โทร. ออกว่าได้ยินเสียงชัดเจนทั้งสองฝ่ายหรือไม่ รวมถึงเสียบหูฟัง EarPods เข้ากับตัวเครื่องแล้วลองคุยผ่าน EarPods ว่าใช้งานได้ตามปกติหรือไม่

8. ตรวจสอบ Dead Pixel หน้าจอ iPhone เลื่อนไปตามสีต่าง ๆ จะต้องไม่มีจุดเสีย (จุดดำหรือจุดขาว) อยู่บนหน้าจอ

9. เปิดคำสั่ง Rotation และทดสอบลองเอียงเครื่องไปมาทั้งแนวตั้งและแนวนอนว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่

10. ปรับความสว่างหน้าจอให้สว่างสุดและปรับลดให้สว่างน้อยสุด รวมถึงทดสอบ Auto-Brightness (ปรับแสงหน้าจออัตโนมัติ) โดยเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ แล้วเอามือปิดบริเวณกล้องหน้า หน้าจอจะค่อย ๆ ลดแสงสว่างลง

11. ทดสอบฟังก์ชั่นกล้องถ่ายภาพทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังให้ครบถ้วน เช่น ซูมเข้า, ซูมออก หรือปรับแสง เป็นต้น

12. ลองถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอเพื่อตรวจสอบกล้องว่าได้ภาพที่คมชัดหรือมีอาการหน่วงผิดปกติหรือไม่

13. ทำการทดสอบใช้งานอินเทอร์เน็ต 3G/4G ด้วยซิม และ Wi-Fi ว่าสามารถเชื่อมต่อใช้งานได้ตามปกติหรือไม่

14. ทดสอบอุปกรณ์สายชาร์จต่าง ๆ และหูฟัง EarPods ว่าสามารถใช้งานได้ตามปกติหรือไม่

15. สุดท้ายทำการตรวจสอบใบรายการรับเครื่องกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดให้แน่ใจก่อนว่าได้ทำการเทสต์หรือทดสอบเครื่องผ่านทุกข้อแล้วก่อนเซ็นรับเครื่อง

#bvcall #โทรกลับไทยราคาถูก #โทรต่างประเทศ #บริการโทรข้ามประเทศ #บริการโทรต่างประเทศ #bvcall pantip

Read related content at 15 วิธีตรวจ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ก่อนนำเครื่องออกจากร้าน.

เจ้านาย คมคายแบบนี้..ก็เกร็งๆ เพราะออกอีเวนท์คู่ ญาญ่า

มีคนกระซิบมาว่า..เคมีคู่กันดีไม่ใช่เล่นนะเนี่ย สำหรับการออกอีเวนท์ฉายเดี่ยวครั้งแรกของ “น้องเจ้านาย” ลูกชายสุดหล่อของ เจ เจตริน เมื่อวันก่อน ที่ได้ประกบคู่และนางเอกซุปตาร์ “ญาญ่า อุรัสยา” แถมยังถือเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง 2 บ้านที่น่ารัก

ครีมหน้าขาว ซิงเกลแรกของน้องเจ้านาย ก็ดูประสบอธิคมดี พี่ๆ ในวงการบันเทิงต่างช่วยเชียร์และสนับสนุนกันเป็นอย่างมาก ทำให้เขากลายเป็นหนุ่มน้อยที่พลได้รับเรื่องสนใจจากคนในวงการ แม้ว่า น้องเจ้านาย จะดูเขินๆ เมื่อต้องเคียงข้างพี่ญาญ่า แหม..มันก็จะเกร็งๆ นิดหน่อย เพราะอีเวนท์แรกนี่หน่า…

Please visit เจ้านาย คมแบบนี้..ก็เกร็งๆ เพราะออกอีเวนท์คู่ ญาญ่า for related article.

ศึกศักดิ์ศรี!ราชันขาดโด้จัดเบลฟัด,ผีแดงสดส่งลูกากูบู๊

โทรกลับไทย “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ของกุนซือ ซีเนดีน ซีดาน เตรียมลงเตะเกมปรีซั่นนัดหมายแรกภายในด้านหน้าร้อนตรงนี้ โดยทีมขาดเพียง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ได้สิทธิ์พักเพิ่ม พร้อมกันส่ง แกเร็ธ เบล ลากเลื้อยทำเกมรุก ท้าดวล ”ปีศาจแดง” ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ พาทีมอุ่นเครื่องชนะ 3 เกมรวด มี โรเมลู ลูกากู นำทัพบู๊ ในศึกฟุตบอล อินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ (โซนอเมริกาเหนือ) วันอาทิตย์ที่ 23 ก.ค. นี้ (เวลา : 04.05 น. เช้าวันจันทร์ตามเวลาในประเทศไทย)
ปรีวิวฟุตบอล อินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ 2017 (โซนอเมริกาเหนือ)
เรอัล มาดริด (สเปน) – แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)
ถ่ายทอดสด : PPTV HD (เวลา : 04.05 น. เช้าวันจันทร์ตามเวลาในประเทศไทย)

สนาม : ลีวายส์ สเตเดี้ยม, แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา (สนามกลาง)

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เตรียมลงเตะเกมปรีซั่นนัดแรกในด้านหน้าร้อนนี้ โดยเกมปัจจุบันที่ลงทำการแข่งขันคือการเอาชนะยูเวนตุส 4-1 ในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่คาร์ดิฟฟ์ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสขนผู้เล่นชุดใหญ่เดินหนทางมาเก็บตัวที่ลอสแอนเจลีส โดยขาดแค่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของทีมที่ได้สิทธิ์พักเพิ่มหลังไปรับใช้ชาติในศึกคอนเฟดฯ

For related post, please visit ศึกศักดิ์ศรี!ราชันขาดโด้จัดเบลฟัด,ผีแดงสดส่งลูกากูบู๊.

หวานจับใจ!โรเบิร์ตสันลั่นฝันที่เป็นจริงได้เข้าร่วมทัพหงส์

บริการโทรต่างประเทศ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายป้ายแดง ลิเวอร์พูล ยันพร้อมแล้วที่จะพิสูจน์ฝีเท้ากับคณะ พร้อมระบุเหมือนฝันเป็นจริงที่ได้ซบสโมสรใหญ่อย่าง “หงส์แดง”

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่า พร้อมแล้วที่จะพิสูจน์ฝีเท้าของตัวเองกับการรับใช้ต้นสังกัด หลังย้ายจาก ฮัลล์ ซิตี้ มาร่วมก๊วน “หงส์แดง” ด้วยสัญญาระยะยาว เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กรกฏาคม ที่ผ่านมา

ดาวเตะคณะประเทศชาติสกอตแลนด์วัย 23 ปี โยกย้ายมาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ ด้วยค่าตัวราว 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 450 ล้านบาท) และถือเป็นการเสริมทัพรายที่ 3 ของ ลิเวอร์พูล ในช่วงฤดูร้อนนี้ต่อจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โดมินิค โซลันกี้

“ผมแค่อยากพิสูจน์มอบเห็นว่า ผมเชี่ยวชาญเล่นภายในระดับนี้ได้ และก็วาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผมจะทำแบบนั้นได้ตั้งแต่ฤดูนี้เลย มันมีไม่กี่สโมสรหรอกที่วิเศษกว่า ลิเวอร์พูล เมื่อคุณโตขึ้นมา คุณก็อยากเล่นให้สโมสรใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล อยู่แล้ว และนี่คือฝันที่เป็นจริงสำหรับผม” โรเบิร์ตสัน เปิดใจ

Please visit หวานจับใจ!โรเบิร์ตสันลั่นฝันที่เป็นจริงได้ร่วมทัพหงส์ for related article.

พาเลซเฮเบนเตเก้กล่าวสำทับหนักแน่นไม่อยากย้ายทีม

ฮอลิเดย์ เข้าไม่ได้ คริสติย็อง เบนเตเก้ กองหน้าตัวเก่งของคริสตัล พาเลซ ย้ำ ไม่ต้องการย้ายทีมแม้มีข่าวหนาหู เปิดเผยเป็นซีซั่นก่อนลุยฟุตบอลโลก เลยอยากอยู่กับทีมที่ได้เล่นสม่ำเสมอ ละพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด แถมมั่นใจอีกว่า พาเลซ แกร่งพอมีลุ้นวางเป้าหมายที่ทะเยอทะยานได้

คริสติย็อง เบนเตเก้ กองหน้าทีมชาติเบลเยียม ของคริสตัล พาเลซ พูดข่าวดีให้แฟนบอล “ปราสาทเรือนแก้ว” บันเทิงใจ เมื่อยืนยันว่าเขามีความสุขดีกับทีม ไม่คิดย้ายไปไหน หลังมีข่าวกับ เอฟเวอร์ตัน หนาหู ขณะที่ข่าวกับ เชลซี ล่าสุดทีม “สิงห์บลูส์” เปิดตัว อัลบาโร่ โมราต้า กองหน้าทีมชาติสเปน เรียบร้อย

กองหน้าวัย 26 ปี ย้ายจากลิเวอร์พูล มาเล่นกับ พาเลซ ในฤดูกาลก่อน แต่ด้วยชื่อชั้นทำให้มีข่าวว่าอาจจะย้ายไปเล่นทีมใหญ่กว่า โดยเฉพาะกับ เอฟเวอร์ตัน แม้จะมีทั้ง ซานโดร รามิเรซ และ เวย์น รูนีย์ ย้ายมาแทน โรเมลู ลูกากู ที่โยกไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เบนเตเก้ ย้ำว่าเขามีความสุขในเซลเฮิร์ส พาร์ค นอกจากนี้ยังคิดแบบกันเหนียวด้วยว่า ตอนจบซีซั่นจะมีฟุตบอลโลก 2018 ที่ รัสเซีย และเขาต้องการเล่นอย่างสม่ำเสมอเพื่อทำผลงานให้เข้าตาโรเบร์โต้ มาร์ติเนซ หนีบไปแดนหมีขาวด้วย

Read related content at พาเลซเฮเบนเตเก้ตอกย้ำหนักแน่นไม่อยากย้ายทีม.