อนันดาฯ เปิดตัว Branding แคมเปญ ” Today Together Tomorrow”#WECulture ปลุกพลังบวก ชวนคนกรุงแชร์ประสบการณ์ พร้อมความคิดดีๆ เพื่อชีวิตคนกรุงที่ดีอย่างเป็นรูปธรรม

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท ฯ ตระหนักและเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมเมือง จึงมุ่งมั่นก้าวหน้าพัฒนาคอนโดติดรถไฟฟ้าคุณภาพเยี่ยม เพื่อตอบโจทย์การอาศัยของชาวเมือง พร้อมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมสำหรับวันนี้และอนาคต ล่าสุดเตรียมเปิดตัว Branding Campaign “Today Together Tomorrow” #WECulture ซึ่งถือเป็นภาคต่อของ “Ananda Live With Passion” เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ที่เน้นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจาก Passion และวิธีคิดของตัวเราและสนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์และผลักดันไปสู่เป้าของแต่ละคน และสำหรับปีนี้เป็นการตอกย้ำแนวคิด Urban Living Solutions ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น คือ จาก Passion สู่การจัดการให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นจริง

ซึ่งแนวคิดของแคมเปญนี้เกิดขึ้นจากความเชื่อในเรื่องของการร่วมมือซึ่งกันและกัน ( Collaboration ) การทำงานแบบเป็นทีม ( Team work ) เน้นความคิดสร้างสรรค์ ร่วมนักขายบ้านมืออาชีพสนับสนุน เพื่อให้เกิดสิ่งดีๆ และแบ่งปันสู่สังคม โดยไม่ได้ยึดถือว่าใครหรือคนใดเป็นเจ้าของความคิดสิ่งใดแต่เพียงผู้เดียว แต่หากเราเอาไอเดีย เอาความรู้ มาผสมผสานกันก็จะทำให้เกิดพลังบวกที่จะมาร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นได้ในสังคม เพราะเราเพียงคนใดคนหนึ่ง องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีคิด สังคม หรือปัญหาที่มีอยู่ให้จางหายหรือหมดไปได้ นั่นคือเหตุผลที่เราต้องกระตุ้นให้ทุกคนเห็นความสำคัญและทำเพื่อส่วนรวม หรือ “WE” มากกว่าการทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง หรือ “ME” โดย อนันดาฯ เราเชื่อในการร่วมมือกัน ช่วยกันหาคำตอบสำหรับปัญหาต่างๆ เพราะแต่ละคนก็มีทักษะและความถนัดในด้านที่ต่างกัน ไม่ใช่แค่คนในองค์กร แต่รวมถึงคน กลุ่ม องค์กร สถาบันภายนอกที่ อนันดาฯ ได้ร่วมงาน เราได้เปลี่ยนวิธีการทำงานเป็น Open Platform เปิดรับทุกความคิด ดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ คนที่เป็นความหวังของการเปลี่ยนแปลงอนาคตไปในทางที่ดีขึ้นเข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์ แชร์ความรู้ แชร์ทัศนคติกับเราในการพัฒนาหา Solutions ต่างๆ ที่จะทำให้ชีวิตคนเมืองดีขึ้น” นายชานนท์กล่าว

แคมเปญ “Today Together Tomorrow”#WECulture เกิดขึ้นเพื่อนำไปสู่การเริ่มต้นในการขับเคลื่อนทุกสิ่งทุกอย่างในสังคม ณ ปัจจุบัน ถ้าทุกคนเชื่อว่า “ME” (ตัวเรา) เป็นจุดศูนย์กลางของสังคมและทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง ปัญหาก็จะเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง อนันดาฯ จึงอยากชวนคนเมืองเปิดใจ คิดถึงภาพรวมและมองถึง “WE” (เราทุกคน) ให้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นสัญลักษณ์สะท้อนผู้คนที่แตกต่างจากหลากหลายองค์กร ที่มีความถนัดและพรสวรรค์ที่ต่างกันและมาร่วมมือกันเพื่อหาทางออกให้กับชาวเมืองที่ต้องประสบปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยสิ่งที่ทำไม่ใช่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ต่อใครคนใดคนหนึ่ง หรือแม้แต่อนันดาฯ เอง แต่ควรจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงให้กับสาธารณะที่ประสบปัญหาเหล่านั้นอยู่ ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านการคิด การระดมมันสมองจากผู้มีความสามารถหลากหลายท่านร่วมกัน เพื่อนำไปใช้และทำให้เกิดเป็นรูปธรรมในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมสำหรับเราทุกคน

นอกจากนี้ พร้อมเปิดตัว Internet Film เพื่อตอกย้ำความเป็นตัวตนของแบรนด์ อนันดาฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยได้บุคคลที่มีความสามารถจากหลากหลายอาชีพ และเป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคมมาร่วมแชร์ความคิด แชร์ความรู้ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาชีวิตคนเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสามารถรับชม ได้ทาง https://youtu.be/LvAydSUWLmE

Read more article at อนันดาฯ เปิดตัว Branding แคมเปญ ” Today Together Tomorrow”#WECulture ปลุกพลังบวก ชวนชาวเมืองแชร์ประสบการณ์ พร้อมความคิดดีๆ เพื่อชีวิตชาวเมืองที่ดีอย่างเป็นรูปธรรม.

พฤกษา ปรับโฉมแบรนด์ครั้งใหญ่ รักษาผู้นำอสังหาริมทรัพย์ ยกระดับภาพลักษณ์ใหม่ โชว์แนวคิด Live Inspired

นายคมกริช นงค์สวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงาน Corporate Marketing บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทฯ ได้มีการปรับโฉมแบรนด์ใหม่ในรอบ 10 ปี ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การดำเนินงานของพฤกษาในปีนี้ ในการรีเฟรชแบรนด์พฤกษา เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ทันสมัย มีสไตล์มากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “Live Inspired” เป็นต้นแบบการใช้ชีวิตด้วยตัวคุณเอง โดยปรับ Mood & Tone ของสื่อโฆษณาต่างๆ ใหม่ทั้งหมด ล่าสุดได้คิดค้นภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ในรูปแบบ Internet Film จำนวน 3 เรื่องราว สื่อสารกับลูกค้า 3 กลุ่มหลักของพฤกษา ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตได้จากที่บ้าน โดยเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และเน้นการทำการตลาด Digital Marketing มากยิ่งขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ยังปรับโฉมเว็บไซต์ pruksa.com ทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ให้สอดคล้องกับสื่อโฆษณาทั้งหมดที่ได้ Launch ออกไปก่อนหน้านี้ คิดว่านักขายบ้านมืออาชีพผู้บริโภคจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของแบรนด์พฤกษาในภาพลักษณ์ใหม่ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ปัจจุบันพฤกษา เรียลเอสเตท ก่อตั้งมาแล้วกว่า 24 ปี พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยหลากหลายแบรนด์และหลายระดับราคา ทั้งทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียม ครอบคลุมทุกทำเลที่ตั้งทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงจังหวัดหลักที่เป็นเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต ขอนแก่น เพื่อตอบสนองดีมานด์ของลูกค้าที่หลากหลาย และปีนี้ได้ขยายธุรกิจไปยังกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมมากยิ่งขึ้น จึงได้ทำการปรับโฉมแบรนด์พฤกษาควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ โดยนำนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในทุกกระบวนการทำงาน เพื่อส่งมอบบ้านและการบริการที่ดีที่สุด ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีและมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ของพฤกษา

จนนำไปสู่การบอกต่อ ซึ่งเราเชื่อว่าจะทำให้พฤกษาสามารถเติบโตและรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจอสังหาฯได้อย่างยั่งยืน โดย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2560 พฤกษา ครองส่วนแบ่งตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯและปริมณฑลสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีส่วนแบ่งตลาดรวมอยู่ที่ 13% จากมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด 97,478 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้ามีความเชื่อมั่นในแบรนด์พฤกษา ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์โครงการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ และเป็นต้นแบบการใช้ชีวิต

ชมภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ได้ที่ Facebook.com/PruksaFamilyClub หรือ Youtube:

ตอนที่ 1 https://youtu.be/GMwfxR7d9wE

ตอนที่ 2 https://www.youtube.com/watch?v=VlWhymgWVOk

ตอนที่ 3 https://www.youtube.com/watch?v=zvaYE3NKIDA

Please visit พฤกษา ปรับโฉมแบรนด์ครั้งใหญ่ รักษาผู้นำอสังหาริมทรัพย์ ยกระดับภาพลักษณ์ใหม่ ชูแนวคิด Live Inspired for related post.

VMPC ร่วมมือ โอ๊ควูด เอเชียแปซิฟิค ขยายธุรกิจโรงแรมแห่งใหม่ล่าสุดใจกลางเมืองศรีราชา โอ๊ควูด โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ ศรีราชา

เมื่อเร็วๆ นี้ ณ อาทาระ คอมเพล็กซ์ ศรีราชา นายปริญญา เธียรวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี.เอ็ม.พี.ซี. จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาฯชั้นนำครบวงจรทั้งเพื่อขายและเช่า ลงนามในสัญญาความร่วมมือ กับ มร. ดีน ชไรเบอร์ กรรมการผู้จัดการ โอ๊ควูด เอเชียแปซิฟิค (Oakwood Asia Pacific) เชนบริหารโรงแรมชั้นนำระดับโลก เพื่อเข้ามาบริหารจัดการโรงแรมแห่งใหม่ล่าสุดใจกลางเมืองศรีราชา โอ๊ควูด โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ ศรีราชา (OAKWOOD HOTEL & RESIDENCE SRI RACHA) โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว สูง 44 ชั้น จำนวน 458 ยูนิต บนเนื้อที่ 12 ไร่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มูลค่าโครงการรวมกว่า 7,000 ล้านบาท ที่เตรียมตัวอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนเปิดตัวให้เซอร์วิสในปลายปี 2560 นี้

Read related post at VMPC จับมือ โอ๊ควูด เอเชียแปซิฟิค แผ่ขยายธุรกิจโรงแรมแห่งใหม่ล่าสุดใจกลางเมืองศรีราชา โอ๊ควูด โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ ศรีราชา.

จำนวนที่พักอาศัยคงค้างที่เหมาะสม = ?

ตามที่นักเศรษฐศาสตร์บางท่านออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจำนวนสถานที่อยู่คงค้างมีมากไป อาจกำลังเกิดฟองสบู่ขึ้น ซึ่งเป็นข่าวที่สร้างความตกใจโดยทั่วไป และก็เป็นอุทาหรณ์อย่างดีว่า นักเศรษฐศาสตร์ที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับเศรษฐศาสตร์ในบางสาขาหรือไม่ได้จับข้อมูลก็ไม่อาจให้ความเห็นที่สอดคล้องกับความเป็นจริงได้

หลักเกณฑ์ที่จะใช้บอกได้ว่า ธุรกิจสถานที่อยู่มีอุปทานมากเกินไปหรือไม่ หรือร้อนแรงเกินไปหรือไม่

คือ โครงการที่อยู่อาศัยจะต้องมีอัตราการขายไม่ควรจะต่ำกว่าร้อยละ 2 ต่อเดือนของจำนวนอุปทานสถานที่อยู่คงค้าง กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้ประกอบการควรจะขายโครงการให้หมดพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ภายในเวลาประมาณ 4 ปี เนื่องจากระยะเวลาดังกล่าวจะทำให้โครงการมีอัตราผลตอบแทนเงินทุนหรือ IRR ไม่น้อยกว่า 20%ต่อปี การขายหมดเร็วกว่า 4 ปี เช่น 2 ปี ย่อมเป็นเรื่องดี แต่ก็ร้อนแรงเกินไป แต่ถ้าขายช้ากว่า 4 ปี จำนวนสถานที่อยู่คงค้างก็จะสะสมมากเกินไป อันแสดงว่าภาวะตลาดซบเซา

เมื่อดูจากสถิติ %การขายต่อปีตามกราฟจะเห็นว่า ค่าเฉลี่ยใน 10 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 38.5 % หรือเทียบเท่าการขายโครงการให้หมดโดยเฉลี่ยที่ 2.6 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผลประกอบการที่ดี และต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ ถือว่าธุรกิจสถานที่อยู่อสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนยังมีสุขภาพดี แม้ว่าจำนวนสถานที่อยู่เสนอขายคงค้างจะอยู่ในช่วง 100,000-180,000 หน่วย ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจแต่อย่างใด

ถ้าหากเปรียบเทียบ % การขายของปี 2542 หลังวิกฤตต้มยำกุ้งอันเป็นปีที่ต่ำสุดที่ 14% ต่อปี และจำนวนคงค้างที่กว่า 140,000 หน่วย ก็จะทราบความแตกต่างได้ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาที่ผ่านไปแล้วเกือบ 20% และตลาดปัจจุบันมีขนาดใหญ่กว่าเดิมประมาณ 2 เท่าตัว ถ้าหากจำนวนสถานที่อยู่คงค้างมีเกิน 200,000 หน่วย ค่อยเริ่มคิดหาหนทางแก้ไข ก็ยังไม่สายเกินไป

For related article, please visit จำนวนบ้านพักอาศัยคงค้างที่เหมาะสม = ?.

SENA จับมือ “แอคคิวท์ เรียลตี้” ลุยธุรกิจตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ ตอบโจทย์ดีมานด์ลูกค้า 360 องศา เพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน-ดันเงินรายได้โตแกร่ง

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นแนวหน้าของประเทศไทยและในฐานะ Developer รายแรกที่ทำหมู่บ้านโซลาร์เต็มรูปแบบ เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ร่วมมือกับบริษัท แอคคิวท์ เรียลตี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านบริการอสังหาริมทรัพย์ในการเข้ามาบริหาร และดำเนินธุรกิจด้านตัวแทนในการซื้อ ขาย หรือให้เช่า อสังหาริมทรัพย์ และบริหารงานขายโครงการ พร้อมให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยในส่วนของ “แอคคิวท์ เรียลตี้” จะเข้ามาดูแลและบริหารงานในส่วนของ 360º Living–Agent เพื่อให้การทำงานของ 360º Living–Agent ของบริษัทฯมีประสิทธิภาพสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอสังหาริมทรัพย์ของผู้ซื้อและเพิ่มรายรับให้กับบริษัทฯ

“ความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างเสนาฯกับแอคคิวท์ เรียลตี้ ในครั้งนี้ ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเสนาฯ ที่ต้องการฝากขาย หรือปล่อยให้เช่า ผ่าน 360º Living–Agent โดย แอคคิวท์ เรียลตี้ จะเข้ารจัดการ หาผู้ซื้อหรือผู้เช่า เพื่อสร้างมูลค่าให้กับทรัพย์สิน พร้อมมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดให้กับผู้ซื้อหรือผู้เช่า”ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

นอกจากนี้ ยังวางแผนในการมุ่งพัฒนาประสิทธิภาพด้านการตลาดทั้งออนไลน์ และออฟไลน์เพื่อให้เข้าถึงผู้ซื้อทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมโปรโมชั่นที่น่าสนใจ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ารายย่อยและกลุ่มลูกค้านักลงทุน เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับสินค้าด้วยความคุ้มค่า โดยวางเป้านักขายบ้านมืออาชีพรายรับจากธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ผ่าน 360º Living–Agent

“แอคคิวท์ เรียลตี้ ถือว่าเป็นผู้ที่มีความชำนาญและมีทีมงานที่เป็นมืออาชีพ เป็นที่รู้จักในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ในด้านการซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ มาเป็นเวลานานกว่า 17 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ SENA ให้ความสำคัญในเรื่องการดูแล แอพพลิเคชั่น SENA 360 SERVICE ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการหลังการขายของบริษัทฯได้โดยง่าย สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์การดำเนินงานในปีนี้ SENA จะเน้นการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาสินค้าและบริการของเราให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น” ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

นายปรีชา ศุภปีติพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอคคิวท์ เรียลตี้ จำกัด ประกอบกิจการประเภทกิจกรรมของตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า 360º Living–Agent ถือเป็นการตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง ทั้งรูปแบบบริการรับฝากขาย–เช่า อสังหาริมทรัพย์ทั้งเพื่อพักอาศัย หรือลงทุน โดยจะบริหารงานโดย บริษัท ลีฟวิ่ง เอเจ้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตรอย่าง บริษัท แอคคิวท์ เรียลตี้ จำกัด จะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ SENA ให้แข็งแกร่ง รวมทั้งสร้างยอดจำหน่ายเพิ่ม เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยบริการ 360 Living Agent จะเน้นมุ่งพัฒนาประสิทธิภาพด้านการตลาด ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ที่ทันสมัยและรวดเร็ว เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย เน้นการสร้างโปรโมชั่นที่น่าสนใจเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ารายย่อย และกลุ่มลูกค้านักลงทุนเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับสินค้าที่คุ้มค่า มีบริการที่เป็นมาตรฐาน แบบมืออาชีพ และมีความน่าเชื่อถือ เปรียบเสมือนเจ้าของโครงการ ดูแลลูกบ้านสามารถให้คำแนะนำในการฝากขาย–เช่า แบบครบวงจร เช่น การตั้งราคาที่เหมาะสม การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การตกแต่ง การเตรียมเอกสาร สัญญาต่างๆ การโอนกรรมสิทธิ์ การให้คำแนะนำในการขอกู้ซื้อบ้านจากสถาบันการเงิน เป็นต้น

” ผมมั่นใจว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และมอบบริการที่ดีเป็นที่พึงพอใจให้กับลูกค้า เพราะด้วยความชำนาญและเชี่ยวชาญด้านนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ยาวนาน และเป็นที่ยอมรับในการขายทรัพย์สินมือสอง ให้กับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ” 360Living-Agent” จะเริ่มตั้งแต่ต้น–จนจบกระบวนการ เช่นการตั้งราคาที่เหมาะสม การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การแนะนำการตกแต่ง การเตรียมเอกสาร สัญญาต่างๆ การโอนกรรมสิทธิ์ การให้คำแนะนำในการขอกู้ซื้อบ้านจากสถาบันการเงิน เป็นต้น โดยเราจะมีการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั้งทาง Online และ Offline ผ่านช่องทางต่างๆของเรา เพื่อให้เกิดการขาย และ เช่าอย่างรวดเร็ว และตรงตามความต้องการลูกค้า “นายปรีชา กล่าว

For related article, please visit SENA จับมือ “แอคคิวท์ เรียลตี้” บุกธุรกิจตัวแทนอสังหาฯ ตอบโจทย์ความต้องการผู้ซื้อ 360 องศา เพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน-ดันรายรับโตแกร่ง.

โอลาสพร้อมขายลากาแซ็ตต์ถ้าหาตัวแทนได้

ฌ็อง-มิเชล โอลาส ประธานสโมสรโอลิมปิก ลียง ย้ำ เขายินดีขาย อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ กองหน้าคนสำคัญออกจากทีม หากมีข้อเสนอที่เหมาะสมยื่นมา แต่ก่อนหน้านั้น พวกเขาต้องได้กองหน้าคนที่จะมาแทนที่ ลากาแซ็ตต์ ก่อน ไม่งั้นก็ไม่ขาย แม้ล่าสุดเพิ่งได้ แบร์กตร็องด์ ตราโอเร่ มาจากเชลซี

ฌ็อง-มิเชล โอลาส ประธานสโมสรโอลิมปิก ลียง ยืนกรานพร้อมปล่อย อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสออกจากทีม พอเพียงให้สโมสรหาตัวตายตัวแทนได้ก่อนเท่านั้น แม้ล่าสุดทีมจะเพิ่งคว้าตัว แบร์กตร็องด์ ตราโอเร่ มาจากเชลซี ก็ตาม

ลียง เพิ่งคว้าตัว ตราโอเร่ มาร่วมทีมด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัวสมประมาณ 8.8 ล้านปอนด์ (ราว 395 ล้านบาท) หลังจากนักเตะเชลซี วัย 21 ปี ฉายแววในการเล่นแบบยืมตัวกับอาแจ็กซ์ ซีซั่นล่าสุดที่เขายิงไป 13 ลูกจาก 29 นัด แต่ประเด็นที่หลายๆ คนสนใจคืออนาคตของลากาแซ็ตต์

ดาวยิง 28 ลูกในลีกเอิงซีซั่นที่แล้ว ถูกแปะป้ายราคาไว้ 65 ล้านยูโร (ราว 2,535 ล้านบาท) โดยเขามีข่าวกับอาร์เซน่อลหนาหู หลังจากความหวังที่จะย้ายไปเล่นกับแอตเลติโก มาดริด ในซัมเมอร์นี้ ยุติชั่วคราวเนื่องจากทีม “ตราหมี” โดนแบน ห้ามลงทะเบียนนักเตะจนกว่าจะถึงเดือนมกราคมปีหน้า

โรงแรมสระแก้ว โอลาส กล่าวในงานแถลงข่าวเซ็นสัญญากับ ตราโอเร่ ว่า “ท่าทีของเรา ณ วันนี้ (วันจันทร์ที่ 26 มิ.ย.) คือตราบใดที่เรายังเซ็นสัญญากับตัวแทนเขาไม่ได้ เราจะเก็บเขาไว้ เขาแสดงความต้องการอยากย้ายทีม และเขาบรรลุข้อตกลงที่จะย้ายไปเล่นกับทีมในดวงใจ แต่มันไม่เกิดขึ้น เขาอยากย้ายทีม เราจะคุยกันในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ เรารับฟังข้อเสนอ และมันต้องเทียบเท่ากับคุณค่าของนักเตะ”

Please visit โอลาสพร้อมขายลากาแซ็ตต์ถ้าหาตัวแทนได้ for more article.

กคช.ร่วมกับสถานีวิทยุ F.M.96.5 จัดกิจกรรมสืบต่อปณิธานงานของพ่อโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย

การเคหะแห่งชาติร่วมกับสถานีวิทยุ F.M.96.5 คลื่นความคิด จัดกิจกรรม “สืบสานปณิธานงานของพ่อ กับการเคหะแห่งชาติ” โดย นายบัญชา บัญชาดิฐ ผู้ช่วยผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ นำทีมผู้ปฏิบัติงานการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ชาวชุมชนบ้านเอื้ออาทรรวมทั้งสิ้น 40 คน เข้าศึกษาดูงานในพื้นที่โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียด้วยกลไกธรรมชาติ ชมเทคโนโลยีการทำปุ๋ยหมักจากขยะโดยการ ฝังกลบในกล่องคอนกรีต พร้อมทั้งทำกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2560 นี้ ณ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี

นายบัญชา บัญชาดิฐ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติและสถานีวิทยุ F.M.96.5 คลื่นความคิดได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา และในครั้งนี้เพื่อเป็นการน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงกำหนดจัดกิจกรรม “สืบสานปณิธานงานของพ่อกับการเคหะแห่งชาติ” โดยนำชาวชุมชนจำนวน 40 คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 1 บ้านเอื้ออาทรบางเขน (คลองถนน) บ้านเอื้ออาทรรังสิตคลอง 10/2 และบ้านเอื้ออาทรสุวรรณภูมิ 2 ศึกษาดูงานในพื้นที่โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียด้วยกลไกธรรมชาติ ชมเทคโนโลยีการทำปุ๋ยหมักจากขยะโดยการฝังกลบในกล่องคอนกรีต พร้อมทั้งทำกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ “การทำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากดอกต้นธูปฤาษี” เพื่อให้ชาวชุมชนมีรายได้เสริมและเกิดการกระจายรายได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย

For more article, please visit กคช.เข้าร่วมกับสถานีวิทยุ F.M.96.5 จัดกิจกรรมสืบต่อปณิธานงานของพ่อโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย.

พลัสฯ แนะลงทุนคอนโดรีเซล เปิดตัวผลวิจัยล่าสุดราคาต่ำกว่าคอนโดมือหนึ่งที่เปิดใหม่ 26-44%

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ วิเคราะห์ตลาดคอนโดนำกลับมาขายใหม่ (รีเซล) ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ส่วนต่างราคาเทียบกับโครงการใหม่น่าสนใจอยู่ในอัตรา 26 – 44% พบโซนริมน้ำราคาต่างกับโครงการใหม่สูงสุด 44% รองลงมาคือราชเทวี–พญาไท ส่วนต่าง 38% สามเป้า–หมอชิต 32% ส่วนโซน CBD ส่วนต่างราคา 26%-28% หากพิจารณาในภาพรวมพบค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังของคอนโดรีเซลกับโครงการใหม่ต่างกันถึง 33%

นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร กล่าวว่า ปัจจุบันราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยโครงการคอนโดมิเนียมแนวสูง (High Rise) ที่อยู่ในระยะรถไฟฟ้าและทำเลศักยภาพอย่างพื้นที่ริมน้ำที่เปิดขายในช่วงปี 2557-2559 หรือช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีราคาเฉลี่ยเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 235,000 บาทต่อตารางเมตร มีอัตราการเจริญเติบโตของราคามากกว่าปีละ 10% โดยโซนที่ราคาโครงการใหม่เปิดตัวสูงสุดคือโซนริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าจนถึงสะพานพระรามสาม มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 366,000 ตารางเมตรหรือเติบโตโดยเฉลี่ยประมาณ 44% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รองลงมาคือโซน CBD ที่ปัจจุบันราคาเสนอขายของโครงการเปิดตัวใหม่ราคาสูงกว่า 200,000 บาท ซึ่งประกอบด้วยโซนพร้อมพงษ์–ทองหล่อ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 325,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาเติบโตประมาณ 25% ต่อปี, โซน เพลินจิต–ชิดลม–อโศก ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 278,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาเจริญเติบโตโดยเฉลี่ยปีละ 14% ส่วนโซนราชเทวี–พญาไทมีราคาโครงการใหม่เปิดโดยเฉลี่ย 255,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาเติบโต 15% ต่อปี

“จากข้อมูลข้างต้น ส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมที่นำกลับมาขายใหม่ (รีเซล) ได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากราคาขายของตลาดรีเซลโดยส่วนใหญ่เฉลี่ยที่ต่ำกว่าโครงการเปิดตัวใหม่ในทำเลเดียวกันค่อนข้างมาก คิดเป็นราคาต่ำกว่าราคาขายคอนโดมือหนึ่งที่พึ่งเปิดใหม่ประมาณ 26 – 44% โดยเมื่อเปรียบเทียบโครงการที่เปิดขายในช่วงไม่เกิน 5 ปีที่ผ่านมาพบว่าโดยภาพรวมราคารีเซลมีราคาต่ำกว่าโครงการที่เปิดใหม่อยู่ที่ 33% โดยโซนที่ราคามีความแตกต่างมากสุดคือโซนริมแม่น้ำ (ต่างกันถึง 44%) สำหรับย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ได้แก่ โซนเพลินจิต–ชิดลม–อโศก แตกต่างจากโครงการเปิดตัวใหม่ 26% โซนพร้อมพงษ์–ทองหล่อ ราคาแตกต่างประมาณ 28% โซนสีลม–สาธร ราคาแตกต่างกันอยู่ที่ 26% สำหรับโซนพระรามเก้า–ศูนย์วัฒนธรรม ราคาแตกต่างกันอยู่ที่ 32% โซนราชเทวี –พญาไท ราคาแตกต่างกันประมาณ 38% ส่วนโซนสนามเป้า–หมอชิต ราคาแตกต่างประมาณ 32% ส่วนโซนพระโขนง – อ่อนนุช ราคาแตกต่างกันประมาณ 30% ซึ่งสภาพอาคารของโครงการรีเซลเหล่านี้มักได้รับการดูแลอย่างดี ไม่แตกต่างจากโครงการใหม่มากนัก แม้ว่าวัสดุหรือรูปแบบอาจจะแตกต่างจากโครงการใหม่บ้าง แต่จากราคาที่ต่ำกว่าในทำเลที่ดีไม่ต่างจากโครงการใหม่ จึงทำให้ตลาดรีเซลได้รับการตอบรับที่ดี ปัจจัยหลักมาจากราคาที่สามารถจับต้องได้ง่ายกว่า และทำเลบางแห่งที่ไม่มีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นแล้ว”

จากสถานภาพซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดศก.ของไทยที่มีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย ไตรมาสที่ 1/2560 โดยล่าสุดสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 3.3% ปัจจัยการลงทุนของภาครัฐในโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ยังเป็นตัวผลักดันการเจริญเติบโต เช่น การลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ นำมาสู่การลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้าตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่จะเริ่มดำเนินก่อสร้างและเบิกจ่ายได้ อีกทั้งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ทำให้การใช้จ่ายเริ่มดีขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งโครงการใหม่และโครงการรีเซล ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการจะเน้นพัฒนาในโครงการที่เจาะตลาดระดับบนมากขึ้นเนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ยังคงมีกำลังซื้อและไม่ได้รับผลกระทบจากความเข้มงวดของการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินมากนักรวมไปถึงราคาที่ดินในกรุงเทพฯมีราคาที่แพงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจึงมีส่วนทำให้ราคาโครงการเปิดใหม่ปรับตัวสูงขึ้นตลาดรีเซลจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน

“หากพิจารณาในแง่ของผลตอบแทนการในการลงทุนในคอนโดมิเนียมพบว่าคอนโดมิเนียม High Rise ในกรุงเทพมหานครโดยภาพรวมผลตอบแทนจากการขายต่อในระยะการถือครองระยะเวลา 3-5 ปี มีผลตอบแทนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 20 – 50% และในบางโครงการที่ถือครองมากกว่า 7 ปีอาจได้ผลตอบแทน สูงถึง 80-90% อาทิ โครงการควอทโทรบาย แสนสิริ หรือโครงการริมน้ำอย่างเดอะ ริเวอร์ นอกจากนี้ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นอกจากการได้กำไรจากการขายแล้วยังสามารถปล่อยห้องให้เช่าได้ โดยอัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับโดยเฉลี่ยของตลาดรีเซลอยู่ที่ 5-7% ซึ่งโซนพร้อมพงษ์–ทองหล่อ–เอกมัยและโซนราชเทวี–พญาไทเป็นโซนยอดฮิตสำหรับปล่อยเช่าที่ได้อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าอยู่ที่ 5% ส่วนโซนพระโขนง – อ่อนนุช ได้ผลตอบแทนสูงถึง 7%” นายอนุกูล กล่าว

Read related content at พลัสฯ แนะลงทุนคอนโดมิเนียมรีเซล เผยผลวิจัยล่าสุดราคาต่ำกว่าคอนโดมิเนียมมือหนึ่งที่เปิดใหม่ 26-44%.

‘ณุศาศิริ’ ต่อยอดความสำเร็จ เดินหน้าผู้นำอสังหาฯ ควบการดูแลสุขภาพและท่องเที่ยว เผยกลเม็ดเด็ด จับมือพันธมิตรชั้นนำ พร้อมปักธงบุกตลาดสุขภาพทั้งไทยและประเทศจีน

บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) นำโดย วิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศิริญา เทพเจริญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ วิษณี เทพเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงผลประกอบการและกลยุทธ์กลางปี 2560 บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) ต่อยอดความสำเร็จ เดินหน้าผู้นำอสังหาฯ ควบการดูแลสุขภาพและท่องเที่ยว เผยกลยุทธ์เด็ด จับมือพันธมิตรชั้นนำ พร้อมปักธงรุกตลาดสุขภาพทั้งไทยและประเทศจีน โดยมี สุมินทร์ญา ลาภสัมปันน์ชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานธนกิจไพศาล บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) , ดร. เชิดศักดิ์ อัมพรสุขกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทแสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด , มร.แอนดรูว์ แลงดอน รองประธานอาวุโสประจำทวีปเอเชีย โมเวนพิค โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท , ยุรนันท์ ภมรมนตรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัทพานาซี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด และ ปูไปรยา ลุนด์เบิร์ก ร่วมงานเมื่อเร็วๆนี้

‘ณุศาศิริ’ คืนฟอร์มเจ๋ง หลังปรับโครงสร้างภายในทั้งหมด ผลักดันนักขายบ้านมืออาชีพยอดขายโตทะลุ 100% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 หลังเปิดแคมเปญหลัก “The Greatest Wealth is Health – เพราะสุขภาพดี คือความมั่งคั่งที่แท้จริง” และแคมเปญส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ภายใต้แนวคิด “Live Long Rich Life – ใช้ชีวิตที่ยั่งยืนบนความมั่งคั่งและสุขภาพดี” ด้วยการออกหนังโฆษณาชุด LA EMPEREUR BED พร้อมด้วยการเปิดโครงการใหม่ล่าสุด โครงการ คอลมาร์ เขาใหญ่ บาย มายโอโซน พร้อมเผยโครงการรุกตลาดอสังหาฯ ช่วงไตรมาส 3-4 เน้นกลยุทธ์รุกเทรนด์สุขภาพและท่องเที่ยว พร้อมจับมือพันธมิตรชื่อดังระดับโลกอย่าง บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เสริมทัพเพิ่มความมั่นใจทุกการลงทุนอย่างยั่งยืน

นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) เผยถึงเป้ายอดขายของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกต้นปีนี้ (2560) โตขึ้นจากไตรมาสแรกของปีที่แล้ว รวม 104.7 เปอร์เซ็นต์ โดยเป้ายอดขาย 5 เดือนแรก คือ ม.ค.-พ.ค.2560 โตขึ้นกว่า 120 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขายทั้งหมดของไตรมาส 1-2 ของปีที่แล้ว (2559) และคาดว่าจะสามารถปิดยอดขายไตรมาส 1-2 ของปีนี้ (2560) ได้โตขึ้นถึง 160%

“บริษัทฯพร้อมเดินหน้าต่อยอดพิชิตเป้าหมาย ด้วยกลยุทธ์สู่ความสำเร็จแบบเต็มรูปแบบในครึ่งปีหลัง โดยได้มีการจับมือเสริมความแกร่ง เพิ่มความมั่นใจในการลงทุน นอกเหนือไปจากการมอบผลตอบแทนสูงสุด 9.5% นาน 6 ปี ด้วยการจับมือกับพันธมิตรระดับสากล อย่าง บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพิ่มความเหนือระดับด้วยการมอบกรมธรรม์แผนคุ้มครองสำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ “The Greatest Wealth is Health” ตอกย้ำแนวคิด “Live Long Rich Life – ใช้ชีวิตที่ยั่งยืนบนความมั่งคั่งและสุขภาพดี” กับ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ จาก บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มูลค่าสูงสุดถึง 10 ล้านบาท”

‘ณุศาศิริ’ ยังได้จับมือร่วมทุนกับ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด หนึ่งในบริษัทก่อสร้างชั้นนำของประเทศ ในการเข้ามาควบคุมดูแลคุณภาพงานก่อสร้างและการบริหารโครงการ ณุศา ศรีราชา ตลอดจนร่วมมือกับ โมเวนพิค โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท เชนโรงแรมและรีสอร์ทระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าบริหารโครงการ โมเวนพิค เรสซิเดนซ์ เอกมัย กรุงเทพ อย่างเต็มรูปแบบไปเมื่อเร็วๆนี้ และยังได้ร่วมกับ พานาซี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ เพื่อเปิดศูนย์สุขภาพแห่งใหม่ที่ ณุศาศิริ ซิตี้ พระราม 2 ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ อีกด้วย

“และเนื่องจากความต้องการในตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยมยังมีมาก ในช่วงครึ่งปีหลังนี้เราจึงเน้นแผนการเปิดโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยม ในทำเลที่โดดเด่นพร้อมจุดขายที่แตกต่าง โดยจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ได้แก่ โครงการ ณุศา มายโอโซน เขาใหญ่ โซน G และโซน B C D ที่ความพิเศษเหนือระดับกว่าโครงการอื่นคือจะมีสนามบินส่วนตัวและโรงจอดเครื่องบินภายในบ้าน และโครงการ เลค โคโม่ บ้านหรูริมทะเลสาบกว่า 30 ไร่ ในโครงการณุศาศิริ ซิตี้ พระราม 2 ในช่วงไตรมาส 3 นี้ รวมทั้งรุกจังหวัดท่องเที่ยวด้วยโครงการ ณุศา รายา ภูเก็ต ที่จะมาพร้อมกับคอนโด เรสซิเดนซ์ และ ศูนย์ดูแลสุขภาพระดับไฮเอน พานาซี เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว ในปลายปี”

ทางด้านนางศิริญา เทพเจริญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาดและขาย ได้เผยถึงกลเม็ดส่งเสริมการตลาดของ ณุศาศิริ ที่เน้นการจัดรายการส่งเสริมการตลาดที่จัดเต็มเอาใจทั้งลูกค้ากลุ่มที่ต้องการที่พักอาศัย และโดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนที่มองการไกลและรักสุขภาพ โดยเฉพาะรายการส่งเสริมการขายหลักในโครงการ “The Greatest Wealth is Health” ที่มอบชีวิตสมบูรณ์แบบแบบ 360 องศา คือ 3 Super Offers กับ การการันตีผลตอบแทนสูงสุด 9.5% ซึ่งประกอบด้วย Guarantee Yield 5 – 6.5% บวกแพคเกจดูแลสุขภาพจากพานาซี เมดิเคิล เซ็นเตอร์อีก 3% และเพิ่มความพิเศษด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ จาก บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มูลค่าสูงสุดถึง 10 ล้านบาท นาน 6 ปี แบบไร้ความเสี่ยงให้กังวลใจ 0% โดยมีโครงการที่เข้าร่วมเบื้องต้น ได้แก่ โครงการ ณุศา ศรีราชา โครงการโมเวนพิค เรสซิเดนท์ เอกมัย กรุงเทพ และ โครงการ คอลมาร์ คอนโด เขาใหญ่ บาย มาย โอโซน ตลอดจนการใช้กลเม็ดการนำเสนอราคาที่ดีที่สุดที่หาไม่ได้อีกแล้วสำหรับโครงการบนพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างสีลม กับ โครงการ ณุศา สเตท ทาวเวอร์ ซึ่งมีลูกค้าให้ความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเปิดตัว NUSA One Application สำหรับอัพเดตความเคลื่อนไหวและสิทธิประโยชน์ต่างๆให้กับกลุ่มลูกค้านักลงทุนของณุศาศิริอีกด้วย

ณุศาศิริยังมีแผนรุกตลาดดูแลสุขภาพระดับพรีเมี่ยมเพิ่ม ด้วยการเปิดให้บริการ Parc Health Family Center ที่โครงการ Parc Exo บนถนนเกษตร–นวมินทร์ภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเป็นศูนย์ดูแลป้องกันฟื้นฟูสุขภาพให้กับกลุ่มครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเด็กเล็ก รวมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามาซื้อแพคเกจดูแลสุขภาพทั้งชาวญี่ปุ่นและจีน โดยมีทีมแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากโรงพยาบาลชั้นนำและผู้ชำนาญการด้านการออกกำลังกาย รวมทั้งนักโภชนาการร่วมกันออกแบบคอร์สที่เหมาะสมเฉพาะกับแต่ละบุคคล อีกทั้งยังคอยให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ระยะแรกเน้น 4 คอร์สหลักคือ เวชศาสตร์ชะลอวัย, Spot Medicine, การลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน และการเสริมสร้างพัฒนาการในเด็ก มีทั้งคอร์สแบบไปกลับ 1 วันจนถึงคอร์สพร้อมที่พักตามกำหนดเวลา ซึ่งจะให้บริการดูแลเหมือนเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังเผยถึงแผนงานสำคัญของณุศาศิริอีกหนึ่งแผนงานในปีนี้ นั่นคือการรุกปักธงในตลาดประเทศจีน โดยนำธุรกิจดูแลสุขภาพระดับไฮเอนด์ Panacee Wellness เป็นธุรกิจแรกที่จะไปเปิดให้บริการ จับกลุ่มลูกค้าชาวจีนระดับ B ที่รักสุขภาพซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ตลาดดูแลสุขภาพในประเทศจีนกำลังมีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีลูกค้าชาวจีนจำนวนมากเข้ามาใช้บริการดูแลสุขภาพในประเทศไทย ซึ่งณุศาศิริเล็งเห็นโอกาสทางการตลาดในจุดนี้จึงคิดว่าการไปเปิดให้บริการถึงประเทศจีนเพื่อรองรับความต้องการถึงประเทศจะทำให้ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าชาวจีนอย่างแน่นอน ประกอบกับได้พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่และยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่น อาทิ การลงทุนในอาคารสถานที่ จึงทำให้ทุกอย่างลงตัว ทั้งนี้กำหนดเปิดสาขาแรกที่เป่ยไต้เหอ เมืองฉินหวงเตา มณฑลเหอเป่ย มณฑลที่พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ติดกับปักกิ่งเมืองหลวง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละกว่า 40 ล้านคน เป็นสาขาแรกภายในต้นปี 2561 โดยใช้งบลงทุนกว่า 10 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ คาดว่าจะคืนทุนภายใน 3 – 5 ปี และมีแผนในการเปิดให้บริการที่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เป็นสาขาต่อไป โดยมีเป้าหมายเปิดให้ครบ 10 สาขาที่เมืองสำคัญของจีนภายใน 5 ปีนับจากนี้

Read more post at ‘ณุศาศิริ’ ต่อยอดความสำเร็จ เดินหน้าผู้นำอสังหาริมทรัพย์ ควบการดูแลสุขภาพและท่องเที่ยว เปิดเผยแผนการเด็ด จับมือพันธมิตรชั้นนำ พร้อมปักธงรุกตลาดสุขภาพทั้งไทยและประเทศจีน.

อินซ์ชมหงส์เสริมทัพเยี่ยมคว้าซาลาห์

พอล อินซ์ อดีตกองกลาง ลิเวอร์พูล ยกอดีตต้นสังกัดเสริมทัพเยี่ยมสำหรับการคว้า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกอียิปต์ ร่วมทัพ เหตุอดีตแข้ง โรม่า โชว์ฟอร์มเทพในซีซั่นที่ผ่านมา พร้อมเชื่อบรรดาเดอะ ค็อป จะแฮปปี้กับการเล่นของนักเตะแน่นอน

พอล อินซ์ อดีตมิดฟิลด์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกมากล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า เขาคิดว่าอดีตต้นสังกัดทำได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับการเซ็นสัญญาคว้าตัว โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์ มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

ซาลาห์ ย้ายจาก โรม่า มาร่วมถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังทำผลงานยอดเยี่ยมในการค้าแข้งกับ “หมาป่าเหลือง-แดง” ด้วยการยิง 34 ประตูจาก 83 นัด และล่าสุด อินซ์ ก็ออกมากล่าวยกย่องการเซ็นสัญญาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล

แนะนำที่พัก สระแก้ว “ผมคิดว่ามันเป็นการทำธุรกิจที่ดี ผมได้ดูเขาเล่นกับ โรม่า หลายครั้งในปีนี้ เขายิงได้ 15 หรือ 16 ประตูในปีนี้ ซึ่งมาจากการเล่นปีกขวา เขายิงได้หลายรูปแบบ ทั้งในและนอกกรอบเขตโทษ มันออกมาไม่ดีนักสำหรับเขาที่ เชลซี เขาไม่ได้เล่นมากพอ”

“แต่เขาย้ายออกไป เรียกความมั่นใจกลับมา และเขาก็มาอยู่กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล และผมคิดว่าเขาจะเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมสำหรับ ลิเวอร์พูล ผมคิดว่าแฟนๆ จะสนุกกับการได้ดูเขาเล่น” อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ กล่าว Continue reading อินซ์ชมหงส์เสริมทัพเยี่ยมคว้าซาลาห์