ฟานไดค์ยังตั้งใจซบหงส์ฤดูร้อนตรงนี้

holiday palace เข้าไม่ได้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลัง เซาธ์แฮมป์ตัน ยังมุ่งหวังซบ ลิเวอร์พูล ก่อนถึงเส้นตายในเวลาซัมเมอร์นี้ ถึงแม้ “หงส์แดง” ป่าประกาศยุติความสนใจไปก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม คาดหากย้ายจริงค่าตัวแข้งดัตช์จะไม่ต่ำกว่า 60 ล้านปอนด์ แน่นอน

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลัง “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ตกเป็นข่าวว่ายังคงหวังที่จะได้ย้ายไปร่วมทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก่อนที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้จะปิดตัวลง จากการรายงานเมื่อวันพุธที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ลิเวอร์พูล เคยเกือบที่จะได้ตัว ฟาน ไดค์ ในช่วงต้นซัมเมอร์นี้ ก่อนที่จะป่าประกาศยุติความมุ่งมั่นพร้อมขอโทษต่อ เซาธ์แฮมป์ตัน หลังจาก “นักบุญ” ได้ร้องเรียนไปยังพรีเมียร์ลีกว่า “หงส์แดง” แอบติดต่อนักเตะอย่างผิดกฎ

For related article, please visit ฟานไดค์ยังวาดหวังซบหงส์ซัมเมอร์นี้.

การบริหารเพื่อให้เกิดผลตอบแทนในอาคารชุด เพิ่มรายได้ให้กับนิติบุคคลและสร้างมูลค่ากับเจ้าของห้อง

ปัจจุบันตลาดที่พักในระดับกลางมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดกลางเมืองหรือแนวรถไฟฟ้าที่ยังอยู่ในความสนใจจากผู้บริโภคค่อนข้างสูง เนื่องจากตอบโจทย์การอยู่อาศัยในเรื่องความสะดวกสบายทั้งด้านการคมนาคม รวมทั้งการตกแต่งที่สวยงามและทันสมัย

ส่งผลให้ตลาดที่พักอพาร์ทเม้นคลอง6กลางเมืองมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงไม่ใช่การเก็งกำไร จึงทำให้เกิดสังคมในอาคารสูงจำนวนมากขึ้น ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการได้ให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมร่วมกับผู้อยู่อาศัยในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสาธารณะ (CSR) จึงเกิดความต้องการด้านการบริหารและจัดการภายในชุมชนและอาคาร ซึ่งมีแนวโน้มว่าความต้องการจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และเนื่องจากในแต่ละอาคารชุด มักมีห้องว่างที่ไม่มีคนพักอาศัย เนื่องจากเจ้าของห้องย้ายออกด้วยเหตุผลต่าง ๆ อาทิ ย้ายเพราะลูกเรียนจบ ย้ายตามที่ทำงาน รวมไปถึงห้องชุดที่ซื้อทิ้งไว้แต่ไม่ได้เข้ามาอยู่ ฯลฯ จึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องการเก็บค่าส่วนกลาง

ธนันทร์เอก หวานฉ่ำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชบี อินเตอร์ เรียลตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด (HBIRM) และอดีตนายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการจัดเก็บค่าส่วนกลาง เราจึงได้จัดทำโครงการ “บริหารเพื่อให้เกิดผลตอบแทนในอาคารชุด” เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการให้บริการเกี่ยวกับการซื้อ-ขายและเช่าในอาคาร

โดยจัดให้มีระบบบัญชีรายชื่อห้องว่าง รวมทั้งราคาเช่าและราคาขาย หากมีผู้ที่สนใจซื้อหรือเช่าก็จะประสานกับเจ้าของห้องเพื่อดำเนินการให้บริการต่อไป อย่างไรก็ตาม การจัดให้มีบริการดังกล่าวในอาคาร จะช่วยลดปัญหาเรื่องหนี้สินคงค้างที่เกิดจากการจัดเก็บค่าส่วนกลางไม่ได้ เพราะหากนิติบุคคลมีรายได้เพียงพอกับการบริหารจัดการก็จะทำให้ชุมชนในอาคารนั้น ๆ มีบริการที่ดี สภาพแวดล้อมน่าอยู่อาศัย และมีความปลอดภัยสูง

“ที่ผ่านมาโครงการอาคารชุดจำนวนมากประสบปัญหาเรื่องการจัดเก็บค่าส่วนกลาง เนื่องจากเจ้าของไม่ได้อยู่อาศัยและไม่ได้ปล่อยให้เช่า เชื่อว่าการจัดโครงการบริหารเพื่อให้เกิดผลตอบแทนในอาคารชุด จะสามารถช่วยเหลือเจ้าของห้องที่ไม่ได้อยู่อาศัย และช่วยลดปัญหาหนี้คงค้างจากการจ่ายค่าส่วนกลางของนิติบุคคลอาคารชุด”

นอกจากนี้แล้วบริการดังกล่าวจะทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในบัญชีนิติบุคคลอาคารชุด เนื่องจากค่าคอมมิสชั่นจากการเช่าหรือการขาย จะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ จ่ายค่านายหน้าให้กับเจ้าหน้าที่และนำเข้าบัญชีของนิติบุคคลของอาคารนั้น ๆ ซึ่งเป็นช่องทางที่ให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

บริการดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นในอาคารชุด เนื่องจากที่ผ่านมามีบริการให้เช่าและการซื้อ-ขายอยู่แล้ว แต่ค่าคอมมิสชั่นไม่ได้ถูกจัดสรรเข้าส่วนกลางจึงถือว่าไม่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

ทั้งนี้ การจัดโครงการบริหารเพื่อให้เกิดผลตอบแทนในอาคารชุดจะทำให้การซื้อ-ขายและให้เช่าเป็นบริการที่โปร่งใส เนื่องจากการทำธุรกรรมต่าง ๆ จะมีการเปิดเผยต่อกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อให้รับรู้ว่าเป็นบริการที่ช่วยลดปัญหาหนี้สินและเพิ่มรายได้ให้กับนิติบุคคล ทั้งยังสามารถช่วยเหลือเจ้าของห้อง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่ได้อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากห้องที่ซื้อไว้ อีกกลุ่มหนึ่งคือเจ้าของห้องที่มีหนี้สินเรื่องค่าส่วนกลางกับนิติบุคคล หากจะดำเนินคดีและฟ้องร้องก็จะไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย จึงต้องหาทางออกด้วยการช่วยเหลือด้วยบริการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีคนจำนวนไม่น้อยเข้ามาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับห้องเช่าหรือต้องการซื้อ การจัดให้มีบริการดังกล่าวจะสามารถช่วยให้เจ้าของห้องร่วมมีรายได้และมีเงินชำระค่าส่วนกลาง ซึ่งต้องมีการตกลงกันว่าค่าเช่าดังกล่าวจะชำระหนี้สินที่ค้างไว้กับนิติบุคคลทั้งหมด หรืออาจแบ่งบางส่วนชำระหนี้และส่วนหนึ่งเป็นรายได้ให้กับเจ้าของร่วม

“การจัดทำโครงการบริหารเพื่อให้เกิดผลตอบแทนในอาคาร เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับนิติบุคคลและสร้างมูลค่ากับเจ้าของห้อง ที่ผ่านมาอาจมีบริการดังกล่าวอยู่แล้วแต่ทำกันเองโดยไม่เปิดเผย ซึ่งถือว่าเป็นบริการที่ไม่โปร่งใส สำหรับเราต้องการให้บริการทุกอย่างชัดเจนและโปร่งใส และบริษัทมีกฎระเบียบห้ามพนักงานทุกคนกินหัวคิวหรือบวกราคาบริการอื่น ๆ เกินจริง เพื่อต้องการให้บริการทุกอย่างมีความตรงไปตรงมา” ธนันทร์เอก กล่าวสรุป.

article@dailynews.co.th ที่มา http://www.dailynews.co.th/article/950/184831

#ที่พักคลอง 6 #อพาร์ทเม้นคลอง6 #คลอง6 #ที่พัก #อาพาร์ทเม้น

Read related article at การบริหารเพื่อให้เกิดผลตอบแทนในอาคารชุด เพิ่มรายได้ให้กับนิติบุคคลและสร้างมูลค่ากับเจ้าของห้อง.

7 วิธีใช้น้ำแข็งซ่อมผิวพรรณ เย็นจับใจหน้าสวยใสปิ๊งปั๊ง

7 วิธีใช้น้ำแข็งซ่อมบำรุงสมัครตัวแทนจำหน่าย D&C diamond & Collagenผิว บอกเลยว่าเหมาะสุดๆ กับการทำสวยในหน้าร้อน เพราะมันทั้งเย็นจับใจ แถมสวยใสปิ๊งปั๊งอีกด้วย

อากาศร้อนระอุสุดพลังแบบนี้ หลายคนคงนึกถึงน้ำแข็งเย็น ๆ ที่เอามาใส่น้ำกินให้ชื่นใจกันใช่ไหมล่ะคะ แต่นอกจากจะหยิบมาใส่น้ำดื่มแล้วเนี่ย น้ำแข็งก็ยังช่วยซ่อมบำรุงผิวเสีย ๆ ให้กลับมาสวยใสได้ด้วย แค่คิดก็ฟินแล้วนะเนี่ย คิดดูสิอากาศร้อนๆ แถมได้บำรุงรักษาผิวสวยให้เย็นจับใจ คงเป็นอะไรที่เริดสุด ๆ ไปเลยเนอะ หากใครมีอุปสรรคผิวทั้งรอยแดง สิว รูขุมขนกว้าง ลองหยิบน้ำแข็งมาแล้วทำตาม 7 วิธีที่เรานำมาฝากวันนี้เลยดีกว่า …
ผิวสวยด้วยน้ำแข็ง

1. ลดอาการอักเสบจากสิว

เมื่อไรที่เป็นสิวอักเสบปูดแดง ที่กดแล้วเจ็บสะท้านไปทั้งหน้า บอกเลยว่าลองหยิบน้ำแข็งมาประคบไว้ดูสิ อาการอักเสบและระคายเคืองของสิวจะทุเลาลงค่ะ

2. เลือดไหลเวียนดี

ถ้าอยากให้ผิวหน้าสวยเปล่งปลั่งกระชับยิ่งขึ้น ลองนำน้ำแข็งมาแช่ในน้ำเปล่า จากนั้นให้เอาหน้าจุ่มลงไปทุก ๆ เช้า รับรองว่าเลือดของคุณจะไหลเวียนดีขึ้น และจะทำให้ผิวหน้าตึงกระชับเด้ง ๆ ด้วย ที่สำคัญคือตื่นเช้ามาจะสดชื่นไม่งัวเงียเลย

3. ลดตาบวม

ถ้าตื่นมาตาบวมเพราะนอนเยอะ หรือร้องไห้หนักมากก่อนนอนละก็ ลองนำก้อนน้ำแข็งมาลูบวนเบบา ๆ บริเวณดวงตาประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นนำผ้าขนหนูมาซับให้แห้ง เพียงเท่านี้ตาบวมตุ่ยก็จะหายไปเลยล่ะ

4. กระชับรูขุมขน

รู้หรือไม่คะว่าน้ำแข็งนี่แหละ สามารถช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ช่วยให้ผิวพรรณเรียบเนียน และช่วยลดริ้วรอยได้ด้วยนะ แค่นำกระดาษทิชชูแบบหนาหน่อยมาห่อก้อนน้ำแข็ง แล้วถูให้ทั่วใบหน้าก่อนเข้านอน เพียงเท่านี้ผิวก็จะดีขึ้นเยอะ แถมยังช่วยให้คุณสดชื่นยามตื่นนอนตอนเช้าด้วย

5. ช่วยให้แต่งหน้าเนียนขึ้น

งงล่ะสิว่าน้ำแข็งจะมาช่วยให้แต่งหน้าเนียนขึ้นได้ยังไง ก็อย่างที่บอกไปแล้วแหละค่ะ ว่าน้ำแข็งช่วยกระชับรูขุมขนและทำให้ผิวเรียบเนียนได้ พูดง่าย ๆ คือน้ำแข็งสามารถมาแทนไพรเมอร์ได้เลยล่ะ ฉะนั้นก่อนแต่งหน้าทุกครั้งลองใช้น้ำแข็งมาลูบวน ๆ บนผิวหน้าก่อน ซับหน้าให้แห้ง จากนั้นค่อยลงรองพื้นตาม บอกเลยว่าเนียนกริบ เครื่องสำอางติดทนทั้งวันด้วย

6. ผสมสูตรลับหน้าใส

ลองนำน้ำแตงกวา มาผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาว จากนั้นนำไปหยอดในพิมพ์น้ำแข็ง แล้วนำไปแช่ช่องฟรีซให้เป็นน้ำแข็ง เสร็จแล้วนำก้อนน้ำแข็งที่ได้มาถูวน ๆ ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ บอกเลยว่างานนี้หน้าใสสวยเด้งแน่นอน

7. บรรเทาผิวไหม้แดด

โอ๊ย … แดดแรงจ้าจนเลี่ยงไม่ได้แบบนี้ ก็ต้องมีบ้างแหละที่ผิวจะไหม้แสบแดงขึ้นมา แต่ไม่ต้องเครียดเลยนะคะสาว ๆ เพราะแค่นำเจลว่านหางจระเข้มาผสมน้ำ จากนั้นนำส่วนผสมเทลงในพิมพ์น้ำแข็งแล้วแช่ช่องฟรีซ พอได้ออกมาเป็นก้อนน้ำแข็งแล้ว ก็หยิบมาถู ๆ บริเวณที่ผิวไหม้แดดได้เลยค่ะ

สาว ๆ คนไหนที่สนใจใช้น้ำแข็งมาบำรุงรักษาผิว ก็ต้องมั่นใจก่อนนะคะว่าก้อนน้ำแข็งนั้นจะสะอาดจริง ไม่อย่างนั้นเจอน้ำแข็งสกปรกเข้าไป แทนที่ผิวจะสวยใส อาจเกิดปัญหาผิวเพิ่มขึ้นมาอีกไม่รู้ด้วยนะ

ข้อมูลจาก : bustle.com และ allwomenstalk.com

#คอลลาเจน #ผิวขาว #ผิวเนียน นุ่ม ใส #D&C diamond & Collagen #ดี แอนด์ ซี ไดมอนด์ แอนด์ คอลลาเจน #www.dandccenter.com

Please visit 7 วิธีใช้น้ำแข็งซ่อมบำรุงผิว เย็นจับใจหน้าสวยใสปิ๊งปั๊ง for more detail.

กลยุทธ์ 10 วิธีการเพิ่มพื้นที่ iPhone โดยไม่ต้องลบรูป

เคล็ดลับ กับ 10 แนวทางเพิ่มพท. iPhone แบบไม่ยาก โดยไม่จำเป็นต้องลบรูปภาพในเครื่องออก มาดูแนวทางเพิ่มพท. iPhone ให้ได้พื้นที่คืนมาเพียบ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

สำหรับใครที่กำลังเจอะโทรต่างประเทศราคาประหยัดอุปสรรคพท.ใช้งานบน iPhone ไม่เพียงพอ แต่ไม่อยากจะลบรูปภาพในตัวเครื่องออก วันนี้เรามีเคล็ดลับ มาแนะนำให้กับผู้ใช้ iPhone ที่เจอะอุปสรรคเหล่านี้อยู่กับ 10 แนวทางเพิ่มพท. iPhone แบบง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับการลบรูปภาพออกจากเครื่อง ซึ่งวิธีเหล่านี้จะช่วยให้ iPhone ของคุณได้พื้นที่กลับคืนมาและเพียงพอต่อการใช้งานอีกครั้ง

1. เลือกเช่าภาพยนตร์ที่มีไฟล์ขนาดใหญ่

อีกหนึ่งเคล็ดลับที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อเร็ว ๆ นี้ เมื่อคุณทำการเลือกเช่าภาพยนตร์บน iTunes Store ที่มีไฟล์ขนาดใหญ่ หรือมากกว่าจำนวนพื้นที่ในตัวเครื่องที่เหลืออยู่ ระบบก็จะทำเคลียร์แคชให้อัตโนมัติเพื่อให้พื้นที่ว่างพอที่จะดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่มาลง ถือว่าเป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ให้กับ iPhone ได้แบบง่าย ๆ สำหรับใครที่ยังไม่เข้าใจขั้นตอน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้ เคล็ดลับเพิ่มพื้นที่ iPhone ด้วยวิธีง่าย ๆ ที่คุณไม่รู้มาก่อน

2. ลบแอพพลิเคชั่นที่ไม่จำเป็นออก

วิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือ การลบแอพฯ ที่ไม่ใช้หรือไม่จำเป็นออกจากเครื่อง ถือว่าเป็นวิธีเพิ่มพื้นที่ iPhone ที่สามารถจัดการได้ง่าย ๆ เพียงเข้าไปที่ Settings เลือก General เลือก Storage & iCloud Usage และ Manage Storage จากนั้นให้ดูว่ามีแอพฯ ไหนที่ไม่ค่อยใช้งานให้กลับไปลบทันทีในหน้าจอ หรือหากว่ามีแอพฯ ที่ยังจำเป็นต้องใช้งานแต่ใช้พื้นที่เยอะให้ทำการลบและลงใหม่ เพียงเท่านี้ iPhone ของคุณก็จะได้พื้นที่คืนกลับมา

3. ลบข้อความเก่าออกให้หมด

การสะสมข้อความเก่า ๆ จำนวนมากนั้น ถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ iPhone ของคุณถูกใช้พื้นที่เยอะโดยไม่รู้ตัว ซึ่งสามารถทำการลบข้อความที่ไม่จำเป็นออกได้ง่าย ๆ โดยเข้าไปที่แอพฯ Messages จากนั้นเลือกลบข้อความที่ไม่ต้องการออก หรือตั้งค่าให้ระบบทำการลบข้อความเก่า ๆ ออกอัตโนมัติใน 30 วัน โดยเข้าไปที่ Settings เลือก Messages เลือก Keep Messages และเลือก 30 Days เพียงเท่านี้ข้อความที่ถูกส่งมาหาคุณเกิน 30 วันก็จะถูกลบออกไปอัตโนมัติทันที

4. ปิดฟีเจอร์ My Photo Stream

หากไม่ได้ใช้งานฟีเจอร์ My Photo Stream แนะนำว่าให้ทำการปิดฟีเจอร์นี้ เนื่องจากฟีเจอร์ดังกล่าวจะจำลองอัลบั้มรูปที่อยู่บน iPhone ของคุณขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งโฟลเดอร์ (Photo Stream) เพื่อไว้สำหรับการแชร์รูปทั้งหลายไปยังอุปกรณ์ iOS อื่น ๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้กินพื้นที่บนเครื่องได้ โดยเข้าไปปิดฟีเจอร์ Photo Stream ได้ที่ Settings เลือก iCloud เลือก Photos และสวิตช์ปุ่มท้ายคำสั่ง My Photo Stream ให้เป็นแถบสีเทา

5. ปิดฟีเจอร์ Keep Normal Photo เมื่อถ่ายภาพแบบ HDR

สำหรับใครที่ชอบถ่ายภาพด้วยโหมด HDR (High Dynamic Range) บน iPhone นั้น รู้หรือไม่ว่าระบบจะทำการบันทึกภาพถ่ายที่ถ่ายด้วยโหมด HDR ไว้ 2 ภาพด้วยกัน คือภาพถ่ายแบบปกติกับภาพถ่ายแบบ HDR ซึ่งทำให้กินพื้นที่บนเครื่อง และหากผู้ใช้งานต้องการจะถ่ายภาพด้วยโหมด HDR แต่กังวลเรื่องพื้นที่ไม่พอ และไม่อยากให้บันทึกภาพถ่ายแบบปกติไว้ด้วยให้ทำการปิดฟีเจอร์ Keep Normal Photo โดยเข้าไปที่ Settings เลือก Camera และสวิตช์ปุ่มท้ายคำสั่ง Keep Normal Photo ให้เป็นแถบสีเทา เพื่อเลือกเก็บไว้เฉพาะรูปที่ถ่ายแบบ HDR

6. เคลียร์แคช (Cache) บนเบราว์เซอร์ Safari

อีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ สำหรับใครที่ชอบท่องเว็บไซต์ด้วย Safari แน่นอนว่าการท่องเว็บแต่ละครั้งนั้นเบราว์เซอร์จะทำการเก็บไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ ไว้มากมาย และยิ่งใช้ไปนาน ๆ ก็ยิ่งสะสมมากขึ้น และอีกวิธีที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้กับ iPhone ของคุณ ก็คือการเคลียร์แคชบนเบราว์เซอร์นั่นเอง โดยเข้าไปที่ Settings เลือก Safari เลือก Clear History and Website Data และ Clear History and Data เพียงเท่านี้ระบบก็จะทำการลบไฟล์แคชออกให้หมดแล้ว

7. ปิดอัพเดทแอพพลิเคชั่นอัตโนมัติ

การปิดอัพเดทแอพฯ อัตโนมัติ นอกจากจะช่วยให้คุณประหยัดอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้ใช้ 3G/4G แล้ว ยังสามารถช่วยประหยัดแบตเตอรี่ iPhone ได้อีกด้วย และที่สำคัญยังป้องกันการเพิ่มพื้นที่แอพฯ หลังการอัพเดทโดยไม่รู้ตัวได้อีกเช่นกัน ซึ่งการอัพเดทแอพฯ ที่ดีที่สุดแนะนำให้อัพเดทผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi เท่านั้น โดยเข้าไปปิดการอัพเดทแอพฯ อัตโนมัติได้ที่ Settings เลือก iTunes & App Stores และสวิตช์ปุ่มท้ายคำสั่ง Updates ให้เป็นแถบสีเทา

8. ลบเพลงที่ไม่ฟังออก

เพลงบน iPhone ที่ลงไว้เยอะ ๆ ถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พื้นใช้สอยบนตัวเครื่องน้อยลง เนื่องจากไฟล์เพลงแต่ละเพลงมีขนาดใหญ่ ฉะนั้นควรเลือกเก็บเฉพาะเพลงที่ฟังบ่อย ๆ เท่านั้น และลบเพลงที่ไม่ฟังออก โดยเข้าไปลบเพลงที่ไม่ฟังได้ที่ Settings เลือก General เลือก Storage & iCloud Usage เลือก Manage Storage เลือก Music จากนั้นเลือกเพลงที่ต้องการลบด้วยการเลื่อนไปทางซ้ายและกด Delete เพียงเท่านี้พื้นที่บน iPhone ของคุณก็จะเพิ่มขึ้นแล้ว

9. ใช้ iCloud แทนการเก็บไว้ในเครื่อง

เลือกใช้บริการ iCloud เพื่อสำรองข้อมูลต่าง ๆ (Backup) เช่น รูปถ่าย, วิดีโอ, รายชื่อ และโน้ต เป็นต้น แทนการเก็บไว้บนเครื่อง เนื่องจากข้อมูลต่าง ๆ นั้น ยิ่งสะสมไว้นานวันก็จะทำให้เหลือพื้นที่ใช้สอยน้อยลงเรื่อย ๆ และใครที่ยังไม่เคยเปิดใช้งาน iCloud สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กระทู้วิธีเปิดใช้งาน iCloud เพื่อสำรองข้อมูลบน iPhone

10. ลบคลิปเสียงในแอพฯ Voice Memos

น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยเคลียร์พื้นที่บน iPhone ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากคลิปเสียงแต่ละไฟล์นั้นมีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะคลิปเสียงที่มีเวลามากกว่า 5 นาที ซึ่งผู้ใช้งานที่ต้องการลบคลิปเสียงที่ไม่ใช้แล้วให้เข้าไปที่แอพฯ Voice Memos จากนั้นเลือกคลิปเสียงด้วยการเลื่อนไปทางซ้ายและกด Delete หรือหากจำเป็นจะต้องเก็บคลิปเสียงบางอันไว้ก็ให้ทำการ Backup มาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์แทน

#bvcall #โทรกลับไทยราคาถูก #โทรต่างประเทศ #บริการโทรข้ามประเทศ #บริการโทรต่างประเทศ #bvcall pantip

Please visit กลยุทธ์ 10 วิธีเพิ่มพท. iPhone โดยไม่ต้องลบรูป for related article.

บอร์ดบาร์ซ่าเหินถกหงส์!!หวังซิวคูตี้89ล้านป.

ฮอลิเดย์ เข้าไม่ได้ บาร์เซโลน่า ยังไม่ยกธงขาวขาวภายในภารกิจกระชาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เสริมแนวรุก ส่งบอร์ดบริหารสโมสรบินตรงสู่แดนผู้ดี ยื่นเม็ดเงินก้อนโตให้ ลิเวอร์พูล พิจารณา คาดหมายกล่อมให้ใจอ่อนยอมปล่อยแข้งชาวแซมบ้า

บอร์ดบริหาร บาร์เซโลน่า ไปทางมาประชาชาติอังกฤษ เพื่อเจรจากับ ลิเวอร์พูล สำหรับการคว้าตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง ไปร่วมทัพ ด้วยค่าตัว 89 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,005 ล้านบาท) จากรายงานของ สปอร์ต สื่อแดนกระทิงดุ เมื่อวันอังคารที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

For more article, please visit บอร์ดบาร์ซ่าเหินถกหงส์!!หวังซิวคูตี้89ล้านป..

8 วิธีทําให้ใบหน้าเนียนใสไร้สิว คอนเฟิร์ม ! เห็นผลดีจริงจนต้องบอกต่อ

วิธีการทําให้หน้าเนียนใสไร้สิว เคล็ดลับโลชั่นบำรุงผิวดีๆ ที่ต้องบอกต่อ งานนี้ใครได้ลองแล้วจะรักเลย คอนเฟิร์ม !

ตอนนี้สาว ๆ หันมาให้ความสนใจและดูแลรักษาตนเองกันมากขึ้น เพราะใคร ๆ ก็อยากจะดูดีดูสวยในสายตาคนอื่น ๆ ทั้งนี้ถ้าอยากจะดูดีแบบไร้ที่ติแล้วละก็ นอกจากเสื้อผ้า ทรงผม รูปร่าง และผิวพรรณที่ต้องให้ความสำคัญแล้ว เรื่องหน้าตาก็ถือเป็นปราการด่านแรกที่จะทำให้คนอื่นหันมาสนใจและประทับใจเราตั้งแต่แรกเห็นได้เช่นกันนะคะสาว ๆ ดังนั้นอย่ารอช้ากันอยู่เลยค่ะ รีบหันมาบำรุงรักษาความสวยด้วยการทำให้หน้าเนียนใสไร้สิวกันเลยดีกว่า ซึ่งเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้หลาย ๆ คนอาจจะยังแก้ไม่ตก เพราะไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนดีเพื่อทำให้หน้าสวยใส ดังนั้นวันนี้เราจึงได้นำ 8 วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิวที่สาว ๆ กำลังตามหามาฝากกันแล้วค่ะ บอกเลยว่าใครได้ลองแล้วจะต้องรัก เพราะเห็นผลดีจริง ๆ เอ้า ! ตามไปดูกันเลย… (แล้วอย่าลืมบอกต่อกันด้วยล่ะ ^^)

1. สวยใสไร้สิวด้วย “น้ำมะนาว”

มะนาว ถือเป็นตัวช่วยที่จะทำให้สาว ๆ มีใบหน้าที่เนียนใสไร้สิวได้อย่างเห็นผลและรวดเร็ว เพราะน้ำมะนาวจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียอันเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว ทำให้ใบหน้าขาวใส โดยวิธีทำก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่บีบน้ำมะนาวสด ๆ ลงในถ้วย จากนั้นใช้สำลีชุบแล้วนำมาทาบริเวณใบหน้า หรือหัวสิว ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วล้างหน้าให้สะอาด ทำแบบนี้บ่อย ๆ จะช่วยให้สิวอักเสบยุบลง ไม่มีสิวใหม่มากวนใจ และยังจะช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนใบหน้าทำให้หน้าขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย

2. สวยใสไร้สิวด้วย “น้ำผึ้ง”

สรรพคุณของน้ำผึ้งนั้นมีประโยชน์มากมาย กับผิวหน้าก็เช่นกัน เพราะน้ำผึ้งจะช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียทำให้ไม่เป็นสิวง่าย อีกทั้งยังทำให้หน้าเนียนนุ่มมากขึ้น เพียงแค่นำน้ำผึ้งมานวดหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ล้างออกให้สะอาด หลังล้างหน้าจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวหน้านุ่มและชุ่มชื้นขึ้น หากยิ่งทำบ่อย ๆ นอกจากหน้าจะเนียนใสแล้วยังจะไม่มีสิวมากวนใจอีกด้วย

3. สวยใสไร้สิวด้วย “แอปเปิล”

แอปเปิล เป็นผลไม้ที่จะช่วยขจัดความหมองคล้ำของใบหน้าให้ขาวกระจ่างใส อีกทั้งยังช่วยลดริ้วรอย และรอยแดงจากสิวให้หายได้เร็วขึ้น โดยให้นำแอปเปิล 1 ลูกไปปั่นให้ละเอียดโดยไม่ต้องปอกเปลือก จากนั้นบีบน้ำมะนาวครึ่งลูกลงไป คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วให้นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า พักทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ค่อยล้างออกให้สะอาด สูตรนี้เดือนหนึ่งสามารถทำได้ประมาณ 2-3 ครั้งค่ะ

4. สวยใสไร้สิวด้วย “ขมิ้น”

ขมิ้น เป็นสมุนไพรที่จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวได้ดีเยี่ยม อีกทั้งยังทำให้สิวอักเสบยุบลงได้ง่าย และช่วยให้รอยสิวเก่าจางลง โดยให้นำผงขมิ้นชันมาผสมกับน้ำผึ้งและนมสด เมื่อคนให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที ล้างออกให้สะอาด ทำบ่อย ๆ ผิวหน้าของคุณจะเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ สิวน้อยลง เพราะขมิ้นจะช่วยยับยั้งการเกิดสิวใหม่ได้เป็นอย่างดี

5. กำจัดสิวเสี้ยนด้วย “ไข่ขาว”

ไข่ขาว ถือเป็นผู้ช่วยชั้นดีในการกำจัดสิวเสี้ยนและสิวหัวดำ อีกทั้งยังจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจด โดยเริ่มจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น จากนั้นนำไข่ขาวมาทาให้ทั่วใบหน้า เสร็จแล้วให้ใช้สำลีแผ่นบาง ๆ แปะทับลงไปให้ทั่ว ทิ้งไว้จนรู้สึกหน้าตึง ๆ และไข่ขาวเริ่มแห้งให้ลอกแผ่นสำลีออกเบา ๆ สิวเสี้ยนจะหลุดออกมา จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน สูตรนี้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หน้าจะใสปิ๊ง ไม่มีสิว อีกทั้งรูขุมขนก็จะเล็กลงอีกด้วย

6. สครับหน้าใสด้วย “โยเกิร์ต”

การสครับผิวหน้าจะช่วยขจัดความหมองคล้ำ และกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้หน้าขาวกระจ่างใสไร้สิว โดยให้นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติครึ่งถ้วย มาผสมกับเกลือป่นอีกครึ่งช้อนโต๊ะ คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาขัดผิวหน้าอย่างเบามือ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกให้สะอาด โดย 1 สัปดาห์ควรสครับผิวหน้าอย่างน้อย 1 ครั้ง

7. ดื่มน้ำมาก ๆ

ถ้าอยากมีผิวหน้าผิวพรรณที่สดใส ร่างกายจำเป็นต้องดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ซึ่งโดยปกติแล้วผู้หญิงควรจะต้องดื่มน้ำอย่างต่ำประมาณวันละ 2 ลิตร (8-9 แก้ว) แต่ถ้าอยากจะมีหน้าใส ไม่เป็นสิวบ่อย ๆ ควรจะดื่มน้ำให้ได้มากกว่าวันละ 2 ลิตรนะคะสาว ๆ

8. ทาครีมบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ AHA และวิตามินซี

การเลือกครีมบำรุงผิวหน้าก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกันนะคะสาว ๆ เพราะผิวหน้าของเราต้องการการบำรุง ซึ่งครีมที่เหมาะสมควรจะมีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว, มีส่วนผสมของ AHA จากธรรมชาติที่จะช่วยให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส รวมถึงวิตามินซีที่จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว และเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสและไม่มีริ้วรอยก่อนวัย

วิธีการทําให้หน้าเนียนใสไร้สิวเหล่านี้ต้องบอกเลยว่าง่ายมาก ๆ แถมยังเห็นผลดีจริง ไม่เชื่อสาว ๆ ก็ลองไปพิสูจน์กันดูได้เลย ^^ ทั้งนี้ได้ผลแล้วก็แล้วอย่าลืมบอกต่อความสวยให้กับเพื่อน ๆ กันด้วยนะคะ

#คอลลาเจน #ผิวขาว #ผิวเนียน นุ่ม ใส #D&C diamond & Collagen #ดี แอนด์ ซี ไดมอนด์ แอนด์ คอลลาเจน #www.dandccenter.com

For related article, please visit 8 วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิว คอนเฟิร์ม ! เห็นผลดีจริงจนต้องบอกต่อ.

15 วิธีการประหยัดแบตเตอร์รี่ iPhone ไม่ยาก หลังอัพเดท iOS 10

แนะนำBvcall pantipแนวทางประหยัดแบตเตอรี่ iPhone 5, 5s, 5c, 6, 6 Plus, 6s, 6s Plus และ SE หลังอัพเดท iOS 10 แล้วแบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ หยุดปัญหาแบตเตอรี่หมดไวใน iOS 10 ทำได้อย่างไร มาดูกัน

สำหรับเพื่อนๆ คนใดที่ใช้ iPhone และอัพเดทเป็น iOS 10 แล้วกำลังประสบปัญหาแบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติหรือใช้งานได้ไม่ถึงวันก็หมดเสียแล้ว วันนี้เรามีแนวทางที่จะช่วยให้แบตเตอรี่ iPhone กลับมาใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีกครั้งด้วย 15 ขั้นตอนที่จะช่วยหยุดปัญหาแบตเตอรี่หมดไวใน iOS 10 ได้อย่างง่ายดาย

สำหรับตัวการหลักที่ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็วกว่าปกติหลังอัพเดท iOS 10 นั้นเป็นเพราะซอฟต์แวร์ดังกล่าวใช้งานทรัพยากรภายในเครื่องมากกว่าเวอร์ชั่นก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามา รวมทั้งรูปแบบดีไซน์การใช้งานต่างๆ ที่ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ใช้มากยิ่งขึ้น

แนวทางประหยัดแบตฯ iPhone บน iOS 10

1 ปิดฟีเจอร์ Raise to Wake

ฟีเจอร์ใหม่ที่มาพร้อม iOS 10 ที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้ใช้ให้เปิดหน้าจอได้ง่ายขึ้น เพียงแค่ยก iPhone ขึ้นมาดูหน้าจอก็จะเปิดทันที โดยไม่ต้องกดปุ่มโฮมหรือปุ่ม Power แต่การทำงานของฟีเจอร์ Raise to Wake นั้นใช้พลังงานแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก เนื่องจากอาศัยการทำงานร่วมระหว่าง Motion Coprocessors ซึ่งส่งผลให้เครื่องมีการทำงานมากกว่าเดิมนั่นเอง โดยสามารถปิดการใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวได้ที่ Settings > Display & Brightness และปรับ Raise to Wake เป็น Off

2. เปิดฟีเจอร์ Reduce Motion

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ iPhone ได้มากขึ้น เนื่องจากการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Reduce Motion จะช่วยลดการแสดงผลกราฟิกหน้าจอขณะใช้งาน หรือลดการใช้งานแอนิเมชั่นเคลื่อนไหวต่าง ๆ เช่น เวลาที่เรากดปุ่มโฮม หรือเปิด-ปิดแอพฯ ต่าง ๆ เป็นต้น โดยสามารถเข้าไปเปิดฟีเจอร์นี้ได้ที่ Settings > General > Accessibility และเลือกเปิด Reduce Motion

3. เปิดโหมด Low Power Mode

โหมดประหยัดพลังงานที่ผู้พัฒนาเคลมว่าจะช่วยยืดแบตเตอรี่ iPhone ขึ้นอีก 1 ชั่วโมง โดยสามารถเข้าไปเปิดโหมด Low Power Mode ได้ที่ Settings > General > Battery แล้วเลือกเปิด Low Power Mode เพียงเท่านี้โหมดประหยัดแบตเตอรี่ก็จะปรับแต่งการใช้งานที่ไม่จำเป็นในส่วนต่าง ๆ ให้น้อยลงทันที

4. ปิดฟีเจอร์ Background App Refresh

ปิดฟีเจอร์ Background App Refresh เนื่องจากฟีเจอร์ดังกล่าวจะทำงานตลอดเวลาขณะที่ iPhone มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ แม้จะไม่ได้ใช้งานอยู่ก็ตาม ส่งผลให้แบตเตอรี่หมดไวขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถเข้าไปปิดฟีเจอร์ดังกล่าวได้ที่ Settings > General และเลือกปิด Background App Refresh

5. ปิดโหมด Auto-Brightness

ผู้ใช้ควรเลือกปรับระดับความสว่างของจอ iPhone ให้พอเหมาะกับการใช้งาน หรือปิดโหมด Auto-Brightness เพื่อลดการใช้พลังงานภายในเครื่อง อันเป็นเหตุทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Display & Brightness แล้วปรับความสว่างจอให้น้อยลงที่ Brightness หรือเลือกปิด Auto-Brightness เพื่อปิดการใช้งานปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ

6. ลบแอพฯ ที่กินแบตฯ เยอะออกหากไม่ใช้งาน

สามารถเข้าไปเช็กแอพฯ ที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่เยอะได้ที่ Settings > General > Battery จากนั้นจะพบข้อมูลการใช้งานแอพฯ ต่าง ๆ ขึ้นมาให้เห็น เช่น แอพฯ ใดถูกเปิดใช้งานไปแล้วกี่นาที หรือแอพฯ ใดถูกเปิดค้างไว้แต่ไม่ได้ใช้งานไปแล้วกี่นาที โดยจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากพบว่าแอพฯ ใดที่อยู่ในข่ายสูบแบตเตอรี่เยอะและไม่ค่อยใช้งานให้ลบออกทันที ซึ่งถือเป็นวิธีประหยัดแบตเตอรี่ที่ได้รับความนิยมไม่น้อย

7. ปิด Wi-Fi Assist

เป็นฟีเจอร์ที่จะช่วยสลับไปมาระหว่างการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Wi-Fi และ Cellular (3G/4G) เช่น หากสัญญาณ Wi-Fi ที่จับอยู่อ่อนลง หรือไม่มีสัญญาณระบบก็จะเปลี่ยนไปใช้ Cellular แทนทันที ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็ว โดยสามารถเข้าไปปิดการใช้งานได้ที่ Settings > Cellular แล้วเลือกปิด Wi-Fi Assist

8. ปิด Bluetooth

น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้แบตเตอรี่ iPhone ใช้งานได้ยาวนานขึ้น ก็คือการปิดสัญญาณ Bluetooth เมื่อไม่ใช้งาน เนื่องจากฟีเจอร์ดังกล่าวยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลาแม้จะไม่ได้ใช้งานอยู่ก็ตาม ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็วกว่าปกติ โดยผู้ใช้สามารถเข้าไปปิดการใช้งานได้ที่ Settings แล้วเลือกปิด Bluetooth

9. ปิด Location Services

การเปิดใช้งาน Location Services เพื่อค้นหาสถานที่หรือพิกัดต่าง ๆ ที่คุณอยู่ปัจจุบัน ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็วเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งหากผู้ใช้ไม่จำเป็นจะต้องใช้งานตลอดเวลาให้ปิดการใช้งานจะดีกว่า ด้วยการเข้าไปที่ Settings > Privacy > Location Services จากนั้นให้เลือกเป็น While Using สำหรับแอพฯ ที่ต้องใช้งานบ่อย ๆ และ Never สำหรับแอพฯ ที่ไม่ใช้งาน

10. ปิดการดึงข้อมูลแอพฯ อีเมลอัตโนมัติ

เนื่องจากแอพฯ อีเมลจะต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการดึงจดหมายใหม่เข้ามา ซึ่งหากผู้ใช้ไม่จำเป็นจะต้องเช็กอีเมลบ่อย ๆ ให้ปิดการใช้งานได้ที่ Settings > Mail, Contacts, Calendars > Fetch New Data แล้วเลือกปิด Push และเลือก Manually

11. เปิดฟีเจอร์ Facedown Detection

ฟีเจอร์ที่จะช่วยลดพลังงานการใช้หน้าจอลงอันเป็นสาเหตุของการสูบแบตเตอรี่ เพียงคว่ำเครื่องลงเวลาที่มีการแจ้งเตือนต่าง ๆ เข้ามา เช่น มีสายเรียกเข้า หรือแอพฯ ต่าง ๆ เด้งเตือน เป็นต้น จอก็จะดับลงทันที เหมาะสำหรับเวลาไม่สะดวกรับสาย หรือติดงานอยู่ และหน้าจอจะสว่างขึ้นต่อเมื่อผู้ใช้งานหยิบเครื่องขึ้นมาดู โดยเข้าไปเปิดใช้งานได้ที่ Settings > Privacy > Motion & Fitness แล้วเลือกเปิด Fitness Tracking ทั้งนี้ฟีเจอร์ Facedown Detection สามารถใช้งานได้กับ iPhone 5s ขึ้นไปเท่านั้น

12. ปิดอัพเดทแอพฯ อัตโนมัติ

ปิดการอัพเดทแอพฯ อัตโนมัติ เพื่อป้องกันอินเทอร์เน็ต 3G/4G รั่วไหลโดยไม่รู้ตัว และเพื่อช่วยลดพลังงานแบตเตอรี่เกินจำเป็นลง เนื่องจากการอัพเดทแอพฯ แต่ละครั้งค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร ยิ่งมีแอพฯ ออกมาให้อัพเดทพร้อม ๆ กันหลายแอพฯ ยิ่งต้องใช้พลังงานมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าปิดการอัพเดทอัตโนมัติได้ที่ Settings > iTunes & App Store แล้วเลือกปิดที่หัวข้อ Apps

13. เลือกแจ้งเตือนเฉพาะแอพฯ

การตั้งค่าแจ้งเตือนเฉพาะแอพฯ บน iPhone น่าจะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ iPhone ได้ระดับหนึ่ง ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนเฉพาะแอพฯ ได้ง่าย ๆ โดยเข้าไปที่ Settings > Notifications แล้วเลือกแอพฯ ที่ไม่ต้องการให้แจ้งเตือนด้วยการปิด Allow Notifications ของแอพฯ นั้น ๆ ส่วนแอพฯ ที่ต้องการให้แจ้งเตือนก็ให้เลือกเปิดเอาไว้

14. ปิด Personal Hotspot เมื่อไม่ใช้งาน

การแชร์อินเทอร์เน็ตผ่านสัญญาณ Wi-Fi ให้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้แบตเตอรี่ iPhone หมดเร็ว ฉะนั้นผู้ใช้ควรปิด Personal Hotspot ทุกครั้งเมื่อใช้งานเสร็จแล้ว และเพื่อป้องกันการรั่วไหลของอินเทอร์เน็ต 3G/4G ผ่านช่องทางดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว โดยให้เข้าไปที่ Settings > Cellular แล้วเลือกปิดที่ Personal Hotspot

15. เปิดโหมด Airplane Mode

วิธีประหยัดแบตเตอรี่ iPhone บน iOS 10 สุดท้ายที่แนะนำก็คือการเปิดโหมด Airplane Mode หรือโหมดเครื่องบิน ซึ่งโหมดดังกล่าวจะส่งผลให้ระบบเครือข่ายมือถือต่าง ๆ ไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว เช่น 3G/4G, Wi-Fi และ Bluetooth เป็นต้น ซึ่งถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว และที่สำคัญโหมดดังกล่าวยังช่วยทำให้ iPhone ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้นอีกด้วย โดยสามารถเข้าไปเปิดใช้งานได้ที่ Settings แล้วเลือกเปิด Airplane Mode

#bvcall #โทรกลับไทยราคาถูก #โทรต่างประเทศ #บริการโทรข้ามประเทศ #บริการโทรต่างประเทศ #bvcall pantip

Read more post at 15 วิธีประหยัดแบตเตอร์รี่ iPhone ง่ายๆ หลังอัพเดท iOS 10.

การบริหารรับมือที่จอดรถในอาคารชุด

การบริหารจัดการที่จอดรถในอาคารชุด เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ผู้บริหารอาคารชุดจำต้องคำนึงถึง ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักจะเป็นการร้องเรียนว่ามีไม่เพียงพอ สิทธิในการจอดรถไม่เป็นไปตามที่ได้รับข้อมูลจากเจ้าของโครงการขณะตกลงซื้อ หรือบางรายจอดรถทับสิทธิคนอื่น บางรายนำรถของตัวเองที่มีหลายคันมาจอดภายในอาคารชุด ทำให้ที่จอดรถลดน้อยลง ปัญหาที่พักคลอง6เหล่านี้สร้างความกดดันให้กับทั้งกรรมการและฝ่ายบริหารอาคารชุด ซึ่งอาจนำไปสู่การร้องเรียน ประท้วงให้เปลี่ยนบริษัทบริหารจัดการ หรือคณะกรรมการอาคารชุดได้

โดยปกติในเบื้องต้น เจ้าของโครงการจะจัดให้มีจำนวนที่จอดรถให้ตรงตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ เพื่อให้สามารถดำเนินการก่อสร้าง และในที่สุดได้รับใบอนุญาตเปิดใช้อาคาร (อ.6) ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ประกอบการจดทะเบียนอาคารชุด ซึ่งการแบ่งสันปันส่วนที่จอดรถให้กับเจ้าของร่วม โดยทั่วไปมักจัดสรรให้ตามแบบและขนาดของห้องชุด เช่น ห้องสตูดิโอ จัดให้มีที่จอดรถได้หนึ่งคัน ห้องขนาดหนึ่งและสองห้องนอนมีที่จอดรถได้สองคัน ห้องขนาดสามห้องนอนหรือเพนท์เฮาส์มีที่จอดรถได้สามคัน เป็นต้น แต่ในทางปฏิบัติ การใช้ชีวิตจริงอาจไม่สามารถทำได้ตามนั้น

เช่นห้องขนาดสตูดิโอ ระบุให้มีที่จอดรถหนึ่งคัน แต่ในความเป็นจริงอาจอยู่ด้วยกันสองคน สามีภรรยามีรถสองคัน หมายความว่าจะมีรถหนึ่งคันสามารถเข้ามาจอดในอาคารชุดได้ แต่อีกคันหนึ่งจะต้องแลกบัตรในฐานะผู้มาเยี่ยมทุกวัน ซึ่งสร้างความหงุดหงิดไม่น้อย ทางแก้ไขที่ทำได้คือ ทำสติกเกอร์ หรือบัตรผ่านเข้า-ออกพิเศษให้รถคันที่สองนี้ให้เข้ามาในโครงการโดยไม่ต้องแลกบัตร แต่อนุญาตให้จอดในที่จอดของผู้มาเยี่ยม ซึ่งที่จอดรถของผู้มาเยี่ยมนี้มักจัดไว้นอกอาคารบริเวณโดยรอบ หรืออาจกั้นไว้ในอาคารจอดรถแยกให้เป็นสัดส่วน ก็จะแก้ปัญหาข้างต้นได้ แต่แน่นอนว่าจะทำให้ที่จอดรถที่เตรียมไว้ลดลง แต่ก็ยังดีกว่าที่จะปล่อยให้เจ้าของร่วมไม่มีที่จอดรถ

อีกปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เจ้าของร่วมบางรายมีรถหลายคัน จึงนำรถมาจอดในที่จอดรถของอาคารชุด บางรายมีมารยาทก็ไปจอดในที่จอดรถผู้มาเยี่ยม แต่หลายคนก็ไม่สนใจ เลือกจอดตามใจ บางรายจอดทิ้งไว้เป็นเดือน ซึ่งถ้าเป็นที่จอดรถประเภทที่ไม่ได้มีการกำหนดเลขที่บ้านผู้เป็นเจ้าของไว้ ก็อาจไม่มีปัญหา ตราบเท่าที่ยังมีที่จอดรถอย่างพอเพียง แต่ถ้าเป็นที่จอดรถประเภทที่กำหนดเลขที่บ้านไว้ก็มักทำให้มีเรื่องทะเลาะกันได้ ซึ่งปัญหาก็มักไปลงเอยที่นิติบุคคลที่จะต้องหามาตรการในการแก้ไข เช่น ต้องมีการล็อกล้อ เสียค่าปรับหรือใช้วิธีเตรียมแม่แรงไว้เพื่อเคลื่อนย้ายรถที่จอดขวางหรือจอดทับสิทธิ ซึ่งก็จะเป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างเจ้าของรถที่ถูกเคลื่อนย้ายกับนิติบุคคลต่อไป

จะเห็นได้ว่าการบริหารที่จอดรถให้มีประสิทธิภาพต้องมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น การออกแบบและจัดที่จอดรถให้เหมาะสมและพอเพียงโดยเจ้าของโครงการตั้งแต่ต้น โดยคำนึงถึงความเป็นจริง การชี้แจงของนิติบุคคลให้เจ้าของร่วมทราบถึงสิทธิในการจอดรถ รวมทั้งการบังคับใช้กฎข้อบังคับในส่วนที่เกี่ยวกับการจอดรถอย่างเข้มงวดโดยไม่เลือกปฏิบัติ และประการสำคัญที่สุดคือการที่เจ้าของร่วมในอาคารชุดนั้น ๆ ต้องมีจิตสำนึกในการรู้จักสิทธิและหน้าที่โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นนะครับ.

ดินสอพอง
http://www.dailynews.co.th/article/950/216944

#ที่พักคลอง 6 #อพาร์ทเม้นคลอง6 #คลอง6 #ที่พัก #อาพาร์ทเม้น

Please visit การบริหารจัดการที่จอดรถในอาคารชุด for more article.

iPhone 7/iPhone 7 Plus จอเหลือง ทำไงดี มาดูวิธีการซ่อมง่ายๆ

แนวทางบริการโทรต่างประเทศ ราคาถูกซ่อมอาการหน้าจอเหลืองบน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ไม่ยุ่งยาก ด้วยตัวเอง iPhone ใครจอเหลือง มาดูแนวทางแก้ไขไม่ยุ่งยาก ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้

หลังจาก Apple เปิดขาย iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ให้กับกลุ่มประเทศแรกไปแล้ว พบว่ามีบางเครื่องประสบปัญหาหน้าจอเหลืองตั้งแต่ซื้อเครื่องมาใหม่ ๆ วันนี้เรามีแนวทางซ่อมอาการหน้าจอเหลืองบน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ให้กลับมาใช้งานได้ปกติอีกครั้ง

แนวทางซ่อม iPhone 7 และ iPhone 7 Plus หน้าจอเหลือง สามารถใช้งานได้กับ iPhone และ iPad รุ่นอื่น ๆ ที่รองรับ iOS 10 และเจอกับปัญหาหน้าจอเหลืองได้อีกด้วย เนื่องจากใช้ฟีเจอร์ Color Filters (ฟิลเตอร์สี) ในการปรับแต่งสีของจอ iPhone เหมือนกัน

แนวทางซ่อมอาการหน้าจอเหลือง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

1. ไปที่แอพฯ Settings (ตั้งค่า) เลือก General (ทั่วไป) และ Accessibility (การช่วยการเข้าถึง)

2. เลือก Display Accommodations (การช่วยเหลือจอแสดงผล) ให้เป็น On (เปิด) และ Color Filters (ฟิลเตอร์สี) ให้เป็น On (เปิด)

3. เลือก Color Tint (สีย้อม) ตามภาพประกอบ

4. จากนั้นทำการปรับค่า HUE (สีสัน) ด้วยการเลื่อนไปเรื่อย ๆ จนกว่าหน้าจอบน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะแสดงสีถูกต้อง

5. เมื่อได้สีหน้าจอ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ที่ถูกต้องแล้ว ให้เลือกปรับความเข้มของสีหน้าจอไปเรื่อย ๆ อีกครั้งที่ INTENSITY (ความเข้ม) จนกว่าจะพอใจ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถแก้อาการ iPhone จอเหลืองเบื้องต้นได้แล้ว

ทั้งนี้หากผู้ใช้งาน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ยังพบว่า iPhone ของคุณยังมีอาการหน้าจอเหลืองอยู่หลังจากปรับแต่งตามขั้นตอนดังกล่าวแล้ว ให้รีบนำเครื่องส่งเคลมที่ศูนย์บริการ Apple ทันที แต่ iPhone ของคุณจะต้องอยู่ในระยะประกัน 1 ปี ยกเว้นกรณีที่ผู้ใช้งานซื้อประกัน Apple Care เพิ่ม

#bvcall #โทรกลับไทยราคาถูก #โทรต่างประเทศ #บริการโทรข้ามประเทศ #บริการโทรต่างประเทศ #bvcall pantip

Read more post at iPhone 7/iPhone 7 Plus จอเหลือง ทำไงดี มาดูวิธีการแก้ไขไม่ยุ่งยาก.

15 แนวทางตรวจสอบ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ก่อนนำเครื่องออกจากร้าน

ชี้ทาง 15 แนวทางบริการโทรข้ามประเทศพิจารณา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ก่อนซื้อหรือนำเครื่องออกจากร้าน ขั้นตอนการเช็ก iPhone 7 ต้องดูอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง มาดูกัน

สำหรับผู้ที่ได้ลงทะเบียนจอง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus (อ่านข่าวค่ายมือถือไทยเตรียมเปิดจอง iPhone 7/7 Plus) กับ 3 ค่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยและกำลังมีคิวรับเครื่องในวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2559

วันนี้เรามีแนวทางพิจารณา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple มาแนะนำด้วย 15 ขั้นตอนง่ายๆ ก่อนนำเครื่องออกจากร้าน ส่วนวิธีเช็ก iPhone เครื่องใหม่แกะกล่อง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดหลังการซื้อ ต้องดูอะไรบ้าง ถ้าอยากรู้แล้ว มาติดตามกันเลย

1. ซีลพลาสติกต้องหุ้มกล่อง iPhone 7/7 Plus อย่างดี ไม่มีรอยแกะ กล่องไม่บุบ ไม่ยุบ กล่องต้องอยู่ในสภาพดี

2. ทำการตรวจสอบเครื่องว่ามีรอยขีดข่วน รอยบุบหรือไม่ รวมถึงอุปกรณ์ภายในกล่องว่าครบและอยู่ในสภาพใหม่ ไม่มีรอยฉีกขาด หากพบปัญหาให้รีบแจ้งพนักงานขายทันที

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่อง iPhone 7/7 Plus มีดังนี้

– iPhone พร้อม iOS 10
– EarPods พร้อมหัวต่อ Lightning
– สาย Lightning to 3.5 mm Headphone Jack Adapter (สำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.)
– สายชาร์จ Lightning
– USB Power Adapter
– เอกสารคู่มือ

3. ตรวจสอบ IMEI หรือ Serial Number ตัวเครื่องว่าตรงกับกล่องหรือไม่ (ดูวิธีเช็กหมายเลข IMEI สำหรับ iPhone)

4. เปิดเครื่องตรวจสอบว่า iPhone 7/7 Plus ถูกเปิดใช้งานครั้งแรกหรือไม่ โดยตัวเครื่องจะต้องไม่ถูกเปิดใช้งานมาแล้วหรือเข้าสู่หน้าจอพร้อมใช้งาน

5. ทดสอบกดปุ่มต่าง ๆ บนตัวเครื่อง เช่น ปุ่มเปิด-ปิด, ปุ่มโฮม (Touch ID), ปุ่มคำสั่งเสียง และปุ่มเปิดระบบสั่นด้านข้างตัวเครื่อง ซึ่งทุกปุ่มจะต้องทำงานปกติ ตอบสนองรวดเร็วและใช้งานได้ดี

6. ตรวจสอบถาดใส่ซิมต้องอยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีคราบความชื้นใด ๆ

7. ใส่ซิมการ์ดทดสอบโทร. เข้า-โทร. ออกว่าได้ยินเสียงชัดเจนทั้งสองฝ่ายหรือไม่ รวมถึงเสียบหูฟัง EarPods เข้ากับตัวเครื่องแล้วลองคุยผ่าน EarPods ว่าใช้งานได้ตามปกติหรือไม่

8. ตรวจสอบ Dead Pixel หน้าจอ iPhone เลื่อนไปตามสีต่าง ๆ จะต้องไม่มีจุดเสีย (จุดดำหรือจุดขาว) อยู่บนหน้าจอ

9. เปิดคำสั่ง Rotation และทดสอบลองเอียงเครื่องไปมาทั้งแนวตั้งและแนวนอนว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่

10. ปรับความสว่างหน้าจอให้สว่างสุดและปรับลดให้สว่างน้อยสุด รวมถึงทดสอบ Auto-Brightness (ปรับแสงหน้าจออัตโนมัติ) โดยเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ แล้วเอามือปิดบริเวณกล้องหน้า หน้าจอจะค่อย ๆ ลดแสงสว่างลง

11. ทดสอบฟังก์ชั่นกล้องถ่ายภาพทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังให้ครบถ้วน เช่น ซูมเข้า, ซูมออก หรือปรับแสง เป็นต้น

12. ลองถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอเพื่อตรวจสอบกล้องว่าได้ภาพที่คมชัดหรือมีอาการหน่วงผิดปกติหรือไม่

13. ทำการทดสอบใช้งานอินเทอร์เน็ต 3G/4G ด้วยซิม และ Wi-Fi ว่าสามารถเชื่อมต่อใช้งานได้ตามปกติหรือไม่

14. ทดสอบอุปกรณ์สายชาร์จต่าง ๆ และหูฟัง EarPods ว่าสามารถใช้งานได้ตามปกติหรือไม่

15. สุดท้ายทำการตรวจสอบใบรายการรับเครื่องกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดให้แน่ใจก่อนว่าได้ทำการเทสต์หรือทดสอบเครื่องผ่านทุกข้อแล้วก่อนเซ็นรับเครื่อง

#bvcall #โทรกลับไทยราคาถูก #โทรต่างประเทศ #บริการโทรข้ามประเทศ #บริการโทรต่างประเทศ #bvcall pantip

Read related content at 15 วิธีตรวจ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ก่อนนำเครื่องออกจากร้าน.